febtemps_gis_2016เดือนกุมภาพันธ์ 2016 เป็นเดือนกุมภาพันธ์ที่ร้อนที่สุดในรอบ 136 ปีของการตรวจวัดอุณหภูมิในยุคสมัยใหม่ เป็นเดือนที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิมากกว่าปกติของเดือนใดๆ ที่มีการบันทึกกันมา

ผลจาก การวิเคราะห์อุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง(ongoing temperature analysis) โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ NASA’s Goddard Institute for Space Studies (GISS) อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 0.5 องศาเซลเซียส (0.8 องศาฟาเรนไฮท์) ร้อนกว่าที่มีการตรวจวัดที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์ 1998) เดือนกุมภาพันธ์ 2016  มีค่าแตกต่างที่ 1.35 องศาเซลเซียสจากค่าอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงปี 1951–80 ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ 1998 มีค่าความแกต่างอุณหภูมิอยู่ที่ 0.88 องศาเซลเซียสจากค่าอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงปี 1951–80 โดยทั้งสองปีเหตุการณ์นั้นเป็นช่วงที่มีปรากฎการณ์เอลนิโญรุนแรง

ภาพด้านบนแสดง ความแตกต่างของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก(temperature anomalies) ของเดือนกุมภาพันธ์ 2016 ไม่ได้เป็นการแสดงอุณหภูมิสัมบูรณ์(อุณหภูมิพื้นผิวที่วัดได้ในขณะนั้น) แต่ียบปเป็นแผนที่โลกที่แสดงว่าอุณหภูมิพื้นผิวร้อนขึ้นหรือเย็นลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิในปีฐาน 1951 ถึง 1980.

เกือบทุกแห่งบนโลกมีอุณหภูมิร้อนขึ้นอย่างผิดปกติในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 พื้นที่ที่ร้อนสุดๆ คือในเอเชีย อเมริกาเหนือ และอาร์กติก ยกเว้นบริเวณคาบสมุทรคามชัตกาและพื้นทีส่วนเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เห็นว่ามีอุณหภูมิเย็นกว่าปกติ(เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิในปีฐาน 1951 ถึง 1980) แผนที่ยังแสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลของเอลนิโญ(El Niño)รุนแรงในเขตมหาสมุทรเส้นศูนย์สูตร

tAnomalies_gis_1980-2016

แผนภาพด้านบนแสดงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในแต่ละเดือนนับตั้งแต่ปี 1980โดยเดือนกุมภาพันธ์จะแสดงเป็นจุดสีแดง ทุกๆ จุด ทั้งสีแดงและสีเทา แสดงถึงอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกว่าอยู่สูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิในปีฐาน 1951 ถึง 1980 แม้ว่าจะมีการผันแปรเดือนต่อเดือน แต่แนวโน้มระยะยาวอันเนื่องมาจาก ภาวะโลกร้อน(global warming) นั้นชัดเจนและโดยเฉพาะระดับอุณหภูมิที่สูงอย่างผิดปกติของเดือนกุมภาพันธ์ 2016

อ้างอิง

อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading