ทำไมต้องยกร่าง “หลักการมาบตาพุดว่าด้วยความรับผิดชอบทางสาธารณะของบรรษัท”

เพราะมาบตาพุดเป็น “แดนมลพิษ” ของบรรดาบรรษัทอุตสาหกรรมทั้งหลาย

เพราะมาบตาพุดมีโครงการ “CSR” บรรษัทอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากถึงมากที่สุด (อาจจะมากที่สุดในโลก)

เพราะมาบตาพุดมีสถิติอุบัติภัยทางอุตสาหกรรมเคมีมากที่สุดในประเทศไทย

ฯลฯ

หลักการมาบตาพุดว่าด้วยความรับผิดทางสาธารณะของบรรษัทประกอบด้วยมาตรการที่รอบคอบและรัดกุมที่จะรับประกันได้ว่าบรรษัททั้งหลายจะดำเนินการในลักษณะต้องตรงตามเจตนารมณ์ของปฏิญญาริโอข้อ 13 (ความรับผิด) ข้อ 14 (มาตรฐานต่างระดับ) ข้อ 15 (หลักการป้องกันไว้ก่อน) และข้อ 16 (หลักการผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้รับผิดชอบ) รัฐมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสวัสดิการสาธารณะและต้องไม่ปัดภาระนี้ไปให้ประชาชน

ผลประโยชน์และกำไรของบรรษัทถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางธุรกิจโดยละเลยความรับผิดทางสาธารณะ ดังนั้น การผลักดันไปสู่การพัฒนายั่งยืนในปัจจุบันจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะทำให้บรรษัทมีความรับผิดชอบ เปิดเผยข้อมูล และชดเชยความเสียหาย ถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่ว่านี้เพื่อเป็นหลักประกันมิให้บรรษัทบิดพริ้วต่อสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนการติดตามผลการรายงาน และตรวจสอบพฤติกรรมความรับผิดชอบของบรรษัท เครื่องมือที่ว่านี้มีองค์ประกอบต่างๆ เช่น ค่าชดเชยความเสียหาย การฟื้นฟู สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน

ความรับผิดชอบทางสาธารณะของบรรษัทเป็นประเด็นร่วมของกลุ่มที่ทำงานรณรงค์ในด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การพัฒนา และแรงงาน อาชญากรรมของบรรษัทที่กระทำผ่านการดำเนินกิจกรรมทางอุตสาหกรรมอันหลากหลายในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น เคมีภัณฑ์ ป่าไม้ น้ำมัน เหมืองแร่ พันธุวิศวกรรม และประมง เป็นต้น ยิ่งชี้ชัดถึงความจำเป็นที่จะต้องควบคุม การติดตามและการเปิดเผยกิจกรรมต่างๆ ของบรรษัทในระบบเศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์ที่ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

หลักการมาบตาพุดว่าด้วยความรับผิดชอบทางสาธารณะของบรรษัทมี 8 ข้อด้วยกัน

1) นำหลักการริโอ ข้อ 13 มาปฏิบัติ
รัฐมีพันธะกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการให้มีการนำเอากลไกที่ใช้บังคับทางกฎหมายในระดับสากลมาใช้และออกกฎหมายภายในประเทศเพื่อให้มีการดำเนินการตามหลักการข้อ 13 ในปฏิญญาริโอ เพื่อให้มีการชดใช้และชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษและความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม

2) ขยายภาระชดใช้ของบรรษัทแห่งชาติและบริษัทข้ามชาติ
บรรษัทแห่งชาติและข้ามชาติต้องถือเป็นภาระที่ต้องชดใช้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการตัดสินว่ามีความผิดสำหรับ บางกรณีหรือทุกกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นจากกิจกรรมของบรรษัทซึ่งเป็นผลให้สิ่งแวดล้อมหรือทรัพย์สินเสียหายหรือทำให้บุคคลได้รับความเจ็บป่วย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสถานที่ด้วย

บรรษัทแม่ บริษัทลูกและบริษัทในเครือที่อยู่ในท้องถิ่นมีภาระต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย บรรษัทต้องรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นตลอดวงชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้น รัฐต้องดำเนินการให้มีการชดใช้เป็นรายบุคคลโดยผู้อำนวยการหรือเจ้าหน้าที่ของบรรษัทที่ปฏิบัติงานหรือละเลยการปฏิบัติ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีความบกพร่องในบริษัทลูกด้วย

3) บรรษัทแห่งชาติและบริษัทข้ามชาติต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการละเมิดกฎหมายภายในประเทศ
รัฐต้องประกันว่าบรรษัทต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินที่เสียหาย ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าข้อกำหนดภายในประเทศ และค่าเสียหายอันเกิดกับสภาวะโลกด้วย เช่น ชั้นบรรยากาศและมหาสมุทร การชดใช้ต้องรวมถึงการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพเดิม

4) ปกป้องสิทธิมนุษยชน
กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องไม่จำกัดสิทธิของสังคมและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รัฐต้องคุ้มครองสิทธิของสังคมและสิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะในด้านสิทธิที่จะมีชีวิต สิทธิที่จะทำงานในสถานที่ที่ปลอดภัย สิทธิที่จะมีสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย สิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลและได้รับค่าชดเชยสำหรับการเจ็บป่วยและความเสียหายที่เกิดขึ้น

สิทธิในการรับรู้ข้อมูล และสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ส่งเสริมสิทธิดัง กล่าว บรรษัทต้องเคารพและสนับสนุนสิทธิเหล่านี้ รัฐต้องประกันว่าบรรษัทข้ามชาติทั้งหลายจะปฏิบัติตามหลักการสิทธิพื้นฐาน เหล่านี้อย่างมีประสิทธิผล และดำเนินการให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย

5) ดำเนินการให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและสิทธิการรับรู้
รัฐต้องกำหนดให้บรรษัทต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยทิ้งของเสียสู่สิ่งแวดล้อมจากสถานประกอบการ รวมทั้งองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ต่อสาธารณะเป็นประจำ

ความลับทางการค้าต้องไม่อยู่เหนือผลประโยชน์ที่สาธารณะจะได้รับจากการรับรู้ ถึงอันตรายและภาระผูกพันต่างๆ ที่พ่วงมาด้วยกับผลผลิตของบรรษัท ไม่ว่าจะในรูปของมลพิษของผลพลอยได้หรือตัวผลิตภัณฑ์เอง เมื่อใดที่ผลิตภัณฑ์นั้นเข้าสู่ตลาดสาธารณะ เมื่อนั้นจะต้องไม่มีข้อจำกัดในเรื่องการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของสาธารณะโดยอ้างถึงความลับทางการค้า ความรับผิดชอบทางสาธารณะของบรรษัทต้องดำเนินการผ่านการรายงานการจัดการทางสิ่งแวดล้อม (รายงานผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม) อันเกิดจากกิจกรรมของบรรษัทที่มีความชัดเจน ครอบคลุมและเปิดเผยต่อสาธารณชน

4) ยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุด
รัฐต้องรับประกันว่าบรรษัทจะยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุดเพื่อปกป้องสิทธิพื้นฐานของสังคมและมนุษยชน รวมทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามปฏิญญาริโอข้อ 14

รัฐต้องไม่อนุญาตให้บรรษัทใช้มาตรฐานการดำเนินงานและความปลอดภัย ขั้นต่ำสุดในสถานที่ที่การป้องกันสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังอ่อนแอ

5) หลีกเลี่ยงไม่ให้บรรษัทแห่งชาติและข้ามชาติมีอิทธิพลมากล้นเหนือธรรมาภิบาล
รัฐต้องประสานความร่วมมือเพื่อต่อต้านการให้สินบนในทุกรูปแบบ ส่งเสริมการให้การอุดหนุนทางการเงินที่โปร่งใส และกำจัดอิทธิพลของบรรษัทออกไปจากนโยบายสาธารณะซึ่งมักใช้วิธีการบริจาคใน การเลือกตั้ง และ/หรือการเจรจาต่อรองที่ไม่โปร่งใส

6) ปกป้องอธิปไตยทางอาหาร
รัฐต้องประกันว่ารัฐแต่ละแห่งและประชาชนในรัฐนั้นๆ มีอธิปไตยในแหล่งอาหารของตน โดยการออกกฎหมายและมาตรการเพื่อป้องกันความหลากหลายทางชีวภาพจากมลพิษทางพันธุกรรมอันเนื่องมาจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม และป้องกันการจดสิทธิบัตรทรัพยากรทางพันธุกรรมโดยบรรษัท

7) ดำเนินหลักการป้องกันไว้ก่อนและมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม
รัฐต้องนำเอาหลักการป้องกันไว้ก่อนเข้าไปอยู่ในกฎหมายของประเทศและระหว่างประเทศ เมื่อมีอันตรายคุกคามสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพอย่างรุนแรงหรือไม่อาจเยียวยาให้ เหมือนเดิมได้จากกิจกรรม การดำเนินการหรือผลิตภัณฑ์ของบรรษัท

รัฐต้องบังคับให้บรรษัทนั้นนำเอาหลักการป้องกันไว้ก่อนมาใช้ก่อนที่ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมหรือผลกระทบต่อสุขภาพจะเกิดขึ้น ข้อโต้แย้งทางวิทยาศาตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือความไม่แน่นอนทั้งหลายต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการนำทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามาใช้ รัฐบาลต้องบังคับบรรษัททำการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ประชาชน มีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

8) ส่งเสริมการพัฒนาที่สะอาดและยั่งยืน
รัฐต้องส่งเสริมการพัฒนาที่สะอาดและยั่งยืน และต้องออกกฎหมายเพื่อยกเลิกการใช้ การทิ้งและการระบายสารอันตรายและก๊าซเรือนกระจกและแหล่งมลพิษอื่นๆ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading