Taragraphies — Header Component

ภาพของแสงไฟในเมืองของโลกนี้สร้างขึ้นจาก Defence Meteorological Satellite Program (DMSP) Operational Linescan System (OLS) เดิมออกแบบมาเพื่อสังเกตเมฆโดยใช้แสงจันทร์ OLS ยังใช้ทำแผนที่ตำแหน่งของแสงถาวรบนพื้นผิวโลก

พื้นที่ที่สว่างที่สุดในโลกคือพื้นที่ที่มีการขยายตัวของเมืองมากที่สุด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุด (เปรียบเทียบยุโรปตะวันตกกับจีนและอินเดีย) เมืองต่างๆ มักจะเติบโตตามแนวชายฝั่งและเครือข่ายการขนส่ง แม้ว่าจะไม่มีแผนที่ฐานก็ยังมองเห็นโครงร่างของทวีปต่างๆ ระบบทางหลวงระหว่างรัฐของสหรัฐอเมริกาปรากฏเป็นโครงข่ายที่เชื่อมต่อจุดสว่างของใจกลางเมือง ในรัสเซีย ทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียเป็นเส้นบาง ๆ ที่ทอดยาวจากมอสโกผ่านใจกลางเอเชียไปยังวลาดิวอสตอค เขื่อนอัสวานไปจนถึงทะเลเมดิเตอเรเนียนเป็นอีกเส้นหนึ่งที่สว่างไสวผ่านบริเวณที่มืดมิด

กว่า 100 ปีหลังการประดิษฐ์แสงไฟฟ้า บางภูมิภาคยังคงมีประชากรเบาบางและไม่มีแสงสว่าง แอนตาร์กติกมืดสนิท ผืนป่าในแอฟริกาและอเมริกาใต้ส่วนใหญ่มืด แต่แสงสว่างเริ่มปรากฏขึ้นที่นั่น ทะเลทรายในแอฟริกา อาระเบีย ออสเตรเลีย มองโกเลีย และสหรัฐอเมริกายังคงมีแสงสว่างน้อย (ยกเว้นตามแนวชายฝั่ง) รวมถึงผืนป่าทางเหนือของแคนาดาและรัสเซีย และแนวเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ของหิมาลัย

The Earth Observatory article Bright Lights, Big City describes how NASA scientists use city light data to map urbanization.
Data courtesy Marc Imhoff of NASA GSFC and Christopher Elvidge of NOAA NGDC. Image by Craig Mayhew and Robert Simmon, NASA GSFC.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading