การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของแผ่นดินไหว

เรียบเรียงจาก https://www.polytechnique-insights.com/en/columns/planet/climate-change-will-lead-to-an-increase-in-earthquakes/ เขียนโดย Christophe Larroque Lecturer at Université de Reims-Champagne Ardenne and at Geoazur Laboratory (CNRS/OCA/UniCA/IRD) และ Marco Bohnhoff Professor of Experimental Seismology and Drilling at Freie Universität of Berlin ประเด็นสำคัญ ในแต่ละปี มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หลายสิบครั้งเกิดขึ้นทั่วโลก เหตุการณ์เหล่านี้สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้หลายแสนราย เช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2010 (เสียชีวิต 226,000 ราย) และปี 2004 (เสียชีวิต 227,000 ราย) แผ่นดินไหวเกิดจากการเลื่อนตัวอย่างฉับพลันของรอยเลื่อน — หรือรอยแตก — ในเปลือกโลก ซึ่งอยู่เพียงไม่กี่กิโลเมตรใต้ฝ่าเท้าของเรา การเลื่อนตัวนี้จะเกิดขึ้นเมื่อแรงเค้นที่กระทำต่อรอยเลื่อนเกินค่าขีดจำกัดของการแตกหัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีประเด็นวิจัยใหม่เกิดขึ้นในแวดวงวิทยาศาสตร์ : […]

นิวเคลียร์ – ทางเลือกที่ดูดีในตอนแรกแต่มีผลกระทบ/ความเสี่ยงที่เราต้องเสียใจภายหลัง(regrets solution)

โดยพื้นฐานแล้ว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำหน้าที่ต้มน้ำ พลังงานนิวเคลียร์เกิดจากการแยกนิวเคลียสของอะตอม ซึ่งปลดปล่อยพลังงานที่ยึดโปรตอนและนิวตรอนไว้ด้วยกัน พลังงานที่ปล่อยออกมาจากกัมมันตภาพรังสีนั้นถูกใช้ในการต้มน้ำ และน้ำร้อนนั้นก็จะนำไปใช้ในการหมุนกังหันไอน้ำ กระบวนการนี้ถือเป็นวิธีการสร้างไอน้ำที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยคิดค้นขึ้นมา อย่างไรก็ตาม พลังงานนิวเคลียร์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ จึงมีบางคนมองว่ามันเป็นทางออกสำคัญในการแก้ปัญหาโลกร้อน แต่ก็มีอีกหลายคนเชื่อว่า พลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถแข่งขันได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า วิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในการผลิตพลังงานด้วยกังหันไอน้ำคือ การเผาก๊าซหรือถ่านหิน ซึ่งการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าพลังงานนิวเคลียร์ประมาณสิบถึงร้อยเท่า ปัจจุบัน พลังงานนิวเคลียร์ผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าทั่วโลก และคิดเป็นประมาณ 4.8 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมดที่โลกใช้ มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กำลังดำเนินการอยู่จำนวน 444 แห่งใน 29 ประเทศ และยังมีอีก 63 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในบรรดา 29 ประเทศที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้ามากที่สุด โดยคิดเป็น 76 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์สามารถแบ่งออกได้โดยทั่วไปตาม “รุ่น” หรือ “เจเนอเรชัน” รุ่นที่เก่าแก่ที่สุดคือ Generation 1 ซึ่งเริ่มใช้งานครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1950 และปัจจุบันได้ถูกปลดระวางเกือบทั้งหมดแล้ว กำลังการผลิตส่วนใหญ่ของเตาปฏิกรณ์ในปัจจุบันอยู่ในกลุ่ม Generation 2 (โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลมีทั้งเตารุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ส่วนเตาทั้ง […]

เลี้ยงวัวบนชายฝั่ง

เรียบเรียงจาก Drawdown: The Most Comprehensive Plan Ever Proposed to Reverse Global Warming by  Paul Hawken  (Editor) ตั้งแต่กรีกโบราณจนถึงไอซ์แลนด์ สาหร่ายทะเลถูกใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์มานานหลายพันปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเมื่ออาหารสัตว์ตามธรรมชาติมีจำกัด เกษตรกรเลี้ยงสัตว์และชาวปศุสัตว์สังเกตมานานแล้วว่าสาหร่ายมีผลช่วยให้สัตว์เลี้ยงอ้วนท้วนขึ้น ในปัจจุบัน บนเกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ด (Prince Edward Island) ประเทศแคนาดา โจ ดอร์แกน (Joe Dorgan) เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมพบว่า วัวที่เลี้ยงใกล้ชายฝั่งมีสุขภาพดีกว่าและผลิตนมได้มากกว่าวัวที่เลี้ยงอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน เขาจึงเริ่มเก็บสาหร่ายทะเลที่ถูกพัดขึ้นฝั่งจากพายุเพื่อนำมาเป็นอาหารให้สัตว์ทั้งหมดของเขา ไม่นานนัก ดอร์แกนก็ตระหนักว่า นี่อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจ หากเขาสามารถทำให้สาหร่ายที่ใช้เลี้ยงสัตว์ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายได้ นักวิจัย ร็อบ คินลีย์ (Rob Kinley) เข้ามาช่วยทำการทดสอบที่จำเป็น และพบว่าสาหร่ายช่วยให้ระบบย่อยอาหารของวัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปกติแล้ว วัวจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาเป็นของเสียจากกระบวนการย่อยอาหาร แต่เมื่อกินสาหร่ายของดอร์แกน การปล่อยก๊าซมีเทนลดลง 12% ทำให้พลังงานที่เคยสูญเสียไปกับการผลิตมีเทนถูกเปลี่ยนไปใช้ในการผลิตนมแทน เมื่อสังเกตผลลัพธ์จากสาหร่ายทะเลที่ถูกพัดขึ้นฝั่ง คินลีย์จึงเริ่มสงสัยว่า มีสาหร่ายชนิดอื่นหรือไม่ที่สามารถลดการผลิตก๊าซมีเทนจากวัวได้ดียิ่งขึ้น วัวเป็นสัตว์ในกลุ่มสัตว์เคี้ยวเอื้อง (Ruminants) ซึ่งได้ชื่อนี้จากกระเพาะรูเมน […]

กังหันลม

เรียบเรียงจาก Drawdown: The Most Comprehensive Plan Ever Proposed to Reverse Global Warming by  Paul Hawken  (Editor) ลมไม่ได้พัดขึ้นเองแต่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกและการหมุนของโลกทำให้ลมเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังพื้นที่ที่มีความกดอากาศต่ำ โค้งตัวไปตามภูมิประเทศเหมือนกระแสคลื่นของอากาศที่พัดเข้ามา การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสลมนี้ พลังงานลมกำลังเป็นแนวหน้าในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนในช่วงสามทศวรรษข้างหน้า โดยมีผลกระทบเป็นอันดับสองรองจากเทคโนโลยีทำความเย็น (refrigeration) ในแง่ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในตัวอย่างที่น่าทึ่งคือ กังหันลมนอกชายฝั่ง 32 เครื่อง ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ในโครงการ Burbo Bank Extension ที่น่าสนใจคือเจ้าของโครงการนี้คือ Lego—บริษัทของเล่นชื่อดังซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ธุรกิจพลังงานอย่างคาดไม่ถึง Burbo Bank Extension เป็นโครงการระดับนานาชาติโดยใบพัดของกังหันผลิตบนเกาะไวท์ (Isle of Wight) สหราชอาณาจักรซึ่งบริษัทญี่ปุ่นผลิตให้กับ Vestas ซึ่งเป็นลูกค้าจากเดนมาร์ก แต่ละกังหันสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 8 เมกะวัตต์ ใบพัดของกังหันมีความยาว 269 ฟุต และเส้นผ่านศูนย์กลางของการหมุนครอบคลุมพื้นที่ เกือบสองเท่าของสนามฟุตบอล น้ำหนักของใบพัดแต่ละใบอยู่ที่ 33 ตัน […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings