สถานะปัจจุบันของการจัดหาเงินทุนด้านความสูญเสียและความเสียหาย

แปลเรียบเรียงจาก https://www.wri.org/insights/current-state-play-financing-loss-and-damage เขียนโดย Preety Bhandari, Nataniel Warszawski and Chikondi Thangata ตั้งแต่ปี 2543 ผู้คนกว่า 4 พันล้านคนได้รับผลกระทบ และมีความเสียหายราว 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว นี่คือความจริงที่รู้จักกันในนาม ความสูญเสียและความเสียหาย(loss and damage) และผลกระทบของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอีกสองทศวรรษข้างหน้า คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่าแม้ว่าโลกจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างรวดเร็ว ก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศอยู่แล้วและแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันจะทำให้ผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่สำคัญบางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ไปจนถึงปี 2583 แม้ว่าสิ่งนี้จะต้องไม่ทำให้เราหมดหวังที่จะลงมือทำ แต่ชัดเจนว่าแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศใดๆ จะไม่สมบูรณ์เลยหากไร้ซึ่งปฏิบัติการที่จริงจังและการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้น ตลอดปี 2562-2563 การจัดหาเงินทุนทั่วโลกโดยเฉลี่ยต่อปีสำหรับปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศอยู่ที่ 632,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนรวมทั้งหมดนี้ มีประมาณ 90.3% ไปที่มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(mitigation) และ 7.2% ไปที่การปรับตัว(adaptation) ส่วนที่เหลือ 2.4% เป็นกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งสองอย่าง แม้ว่ามีบางส่วนน่าจะใช้จัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย(loss and damage) แต่ไม่มีการประเมินที่ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าใด และไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนหรือครอบคลุมถึงกลไกต่างๆ ในการจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายโดยตรงเมื่อเกิดหายนะจากสภาพภูมิอากาศ จากการวิจัยเบื้องต้นของ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings