แปลเรียบเรียงจาก https://www.wri.org/insights/current-state-play-financing-loss-and-damage เขียนโดย Preety Bhandari, Nataniel Warszawski and Chikondi Thangata 

ตั้งแต่ปี 2543 ผู้คนกว่า 4 พันล้านคนได้รับผลกระทบ และมีความเสียหายราว 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว นี่คือความจริงที่รู้จักกันในนาม ความสูญเสียและความเสียหาย(loss and damage) และผลกระทบของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอีกสองทศวรรษข้างหน้า คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่าแม้ว่าโลกจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างรวดเร็ว ก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศอยู่แล้วและแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันจะทำให้ผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่สำคัญบางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ไปจนถึงปี 2583 แม้ว่าสิ่งนี้จะต้องไม่ทำให้เราหมดหวังที่จะลงมือทำ แต่ชัดเจนว่าแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศใดๆ จะไม่สมบูรณ์เลยหากไร้ซึ่งปฏิบัติการที่จริงจังและการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้น

ตลอดปี 2562-2563 การจัดหาเงินทุนทั่วโลกโดยเฉลี่ยต่อปีสำหรับปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศอยู่ที่ 632,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนรวมทั้งหมดนี้ มีประมาณ 90.3% ไปที่มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(mitigation) และ 7.2% ไปที่การปรับตัว(adaptation) ส่วนที่เหลือ 2.4% เป็นกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งสองอย่าง แม้ว่ามีบางส่วนน่าจะใช้จัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย(loss and damage) แต่ไม่มีการประเมินที่ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าใด และไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนหรือครอบคลุมถึงกลไกต่างๆ ในการจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายโดยตรงเมื่อเกิดหายนะจากสภาพภูมิอากาศ จากการวิจัยเบื้องต้นของ WRI เพื่อทำความเข้าใจภูมิทัศน์ที่มีอยู่ของการจัดหาเงินทุนสำหรับความสูญเสียและความเสียหาย ในขณะที่มีบางกิจกรรมอาจจัดเป็นการต่อกรกับความสูญเสียและความเสียหาย แต่มักถูกจัดให้เป็นเรื่องของการปรับตัว(adaptation)หรือการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และเงินทุนในปัจจุบันนั้นไม่อาจเทียบได้กับขนาดและขอบเขตทั้งหมดของความสูญเสียและความเสียหาย

ข้อตกลงปารีสกล่าวถึงความสูญเสียและความเสียหายโดยใช้วลี “การหลีกเลี่ยง การลด และการจัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย” ดังนั้น ความสูญเสียและความเสียหายสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (mitigation) และการลดโดยดำเนินการป้องกันไว้ก่อนเพื่อปกป้องชุมชนจากผลที่ตามมาของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (adaptation) การจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายเป็นเสาหลักที่สามที่สำคัญของปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ : การช่วยเหลือผู้คนหลังจากที่พวกเขาประสบกับความสูญเสียและความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ทั้งสามเสาหลักมีความสัมพันธ์กัน ตัวอย่างเช่น หากมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวมากขึ้น ความต้องการการสนับสนุนในเรื่องความสูญเสียและความเสียหายก็จะน้อยลง แต่ในทางตรงกันข้ามก็เป็นจริงเช่นเดียวกัน

ความท้าทายในการเข้าถึงการเงินว่าด้วยความสูญเสียและความเสียหาย

ในการวิเคราะห์ของเรา จะเน้นไปที่กิจกรรมต่างๆ และการเงินที่สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการจัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย เนื่องจากการหลีกเลี่ยงและการลดมีความทับซ้อนกันอย่างมากกับมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว เราต้องเข้าใจว่าการดำเนินการเกี่ยวกับความสูญเสียและความเสียหายนั้นเป็นมากกว่าการบรรเทาทุกข์ การฟื้นฟู และการฟื้นตัวจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงการย้ายถิ่นและการตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างปลอดภัย และความปลอดภัยระยะยาวเพื่อสร้างชีวิตและการดำรงชีวิตขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสูญเสียที่ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ที่เริ่มเกิดขึ้นช้าทำให้ยากต่อการกำหนดว่าอะไรคือความสูญเสียและความเสียหาย

เนื่องจากไม่มีคำจำกัดความอย่างเป็นทางการสำหรับความสูญเสียและความเสียหาย จึงไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แม้ว่าทั้งสองจะทับซ้อนกันได้ แต่ก็ไม่เหมือนกัน : ความช่วยเหลือเป็นหลักในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ ในขณะที่การจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายอาจเกี่ยวข้องกับการตอบสนองในทันที แต่ยังรวมถึงมาตรการเชิงรุก เช่น กองทุนฉุกเฉินและการประกันภัย เพื่อสร้างความแตกต่างให้ชัดเจนระหว่างสองสิ่งนี้ จำเป็นต้องมีคำจำกัดความในการจัดการกับการสูญเสียและความเสียหาย แต่การสนทนาที่พยายามจะตกลงในคำจำกัดความหรือขอบเขตอาจกลายเป็นประเด็นทางการเมืองได้อย่างรวดเร็ว ผู้เจรจาและผู้กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้วยการระดมทรัพยากร ในกรณีของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การสนทนาต้องเน้นที่ช่องว่างของเงินทุนและให้แน่ใจว่ากองทุนเพื่อมนุษยธรรมที่มีอยู่จะไม่ถูกเบี่ยงเบนหรือติดฉลากใหม่

ผลกระทบเพิ่มเติมจากการขาดคำจำกัดความ(ของ Loss and Damage) นี้ คือข้อมูลทางการเงินในปัจจุบันที่เปิดเผยต่อสาธารณะนั้นไม่ระบุอย่างชัดเจนในงบประมาณของรัฐบาลหรือสถาบันว่าจัดสรรไว้สำหรับความสูญเสียและความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่บางองค์กรกำลังรวบรวมกรณีศึกษาเพื่อแบ่งปันบทเรียนที่ได้รับและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดว่าด้วยเรื่องการเงินเรื่องความสูญเสียและความเสียหาย ทำให้กรณีศึกษาเหล่านี้ค้นหาและเรียนรู้ได้ยากขึ้น

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับสถานะของการเงินว่าด้วยความสูญเสียและความเสียหาย

หากไม่มีคำจำกัดความที่ตกลงกันหรือวิธีการจัดประเภทกิจกรรมที่เกี่ยวกับความสูญเสียและความเสียหายอย่างเป็นระบบ ยากมากที่จะระบุถึงการเงินว่าด้วยความสูญเสียและความเสียหายที่มีอยู่ การวิจัยเบื้องต้นนี้ประมาณการการเงินที่มีอยู่โดยการระบุถึงกระแสที่อาจรวมถึงแหล่งข้อมูลบางส่วนสำหรับการจัดการความสูญเสียและความเสียหายในช่องทางแบบพหุภาคี ทวิภาคี ในประเทศ การกุศล และส่วนตัว

จากการวิเคราะห์เบื้องต้น แหล่งข้อมูลพหุภาคีเพียงแหล่งเดียวในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ที่ดูเหมือนว่าจะให้เงินทุนใดๆ ในการจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายคือ Green Climate Fund (GCF) การศึกษาที่อ้างโดย IPCC ในรายงานเมื่อเดือนมีนาคม 2565 พบว่าประมาณ 24% ของโครงการ GCF ที่ได้รับอนุมัติทั้งหมดอ้างถึงความสูญเสียและความเสียหาย ในขณะที่กลุ่มย่อยซึ่งคิดเป็น 16% ของโครงการทั้งหมดกล่าวถึงความสูญเสียและความเสียหายที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมหลักอย่างชัดเจน GCF ได้รับคำสั่งจากประเทศต่างๆ ให้สนับสนุนด้านความสูญเสียและความเสียหายในขอบเขตที่เข้ากันได้กับกรอบการลงทุนและผลลัพธ์ (ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงความสูญเสียและความเสียหายอย่างชัดเจน) โอกาสและโครงสร้างที่มีอยู่ และการตอบสนองต่อสาขางานด้านกลไกระหว่างประเทศว่าด้วยความสูญเสียและความเสียหาย(Warsaw International Mechanism on Loss and Damage) ในรายงานประจำปี 2563 GCF เน้นย้ำถึงการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อต่อกรกับเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ(slow onset events) เช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล การจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุม เช่น การลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการประกันภัยการเกษตรตามดัชนีสภาพอากาศ และการจัดการกับความสูญเสียที่ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจ เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำสำหรับบริการเชิงนิเวศ

แหล่งการเงินที่เหลือภายใต้กลไก UNFCCC เช่น กองทุนประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด (LDCF), กองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพิเศษ (SCCF) และกองทุนการปรับตัว (AF) – ดูเหมือนจะให้เงินทุนสำหรับการปรับตัวเท่านั้น เครือข่าย Santiago Network ว่าด้วยการสูญเสียและความเสียหายซึ่งมีการตกลงหน้าที่ที่ COP26 ในกลาสโกว์กำลังมุ่งให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคเกี่ยวกับความสูญเสียและความเสียหายเท่านั้น

นอกจากกลไกทางการเงินของ UNFCCC แหล่งที่มาหลักของการจัดหาเงินทุนแบบพหุภาคีเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายคือ Global Facility for Disaster Reduction and Recovery (GFDRR), Global Risk Financing Facility (GRiF) และธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีต่างๆ อย่างไรก็ตาม หากปราศจากคำจำกัดความที่ชัดเจนของความสูญเสียและความเสียหาย เป็นการยากที่จะพูดด้วยความมั่นใจว่าการจัดหาเงินทุนจากแต่ละหน่วยงานเหล่านี้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความสูญเสียและความเสียหายจริง ๆ มากน้อยเพียงใด GFDRR รายงานในสามประเด็นที่อาจซ้อนทับกับการจัดการด้านความสูญเสียและความเสียหาย : การคุ้มครองทางการเงินที่ลงลึกขึ้น (เงินทุนรวม 55.8 ล้านดอลลาร์ ณ เดือนมิถุนายน 2564) การสร้างภูมิคุ้มกันด้านสภาพภูมิอากาศในระดับชุมชน (94.3 ล้านดอลลาร์) และการเปิดใช้งานการฟื้นคืนภูมิคุ้มกันด้านสภาพภูมิอากาศ (10.2 ล้านดอลลาร์) โดยการสนับสนุนจาก GFDRR ดูเหมือนว่า GRiF จะจัดหาการเงินผ่านกลไกการประกันภัย

นอกเหนือจากกองทุนเหล่านี้ Climate Vulnerable Forum (CVF) กลุ่มพันธมิตรของประเทศที่เปราะบางด้านสภาพอากาศ และ Vulnerable Twenty Group (V20) กลุ่มรัฐมนตรีคลังของประเทศ CVF ประกาศถึงโอกาสเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายภายใต้กองทุนทรัสต์ซึ่งมีผู้บริจาครายหลายรายที่มีอยู่ ซึ่งคาดว่าจะจัดทำต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะสำหรับการสูญเสียและความเสียหายภายใต้ UNFCCC

การพิจารณาความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) โดยใช้ข้อมูล OECD เกี่ยวกับ ODA ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติเป็นตัวเปรียบเทียบ เงินช่วยเหลือระหว่างประเทศจำนวน 133,000 ล้านดอลลาร์หรือ 11% เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติตั้งแต่ปี 2553-2562 (โดยมีข้อแม้ว่าจำนวนนี้ยังรวมถึงภัยพิบัติที่เกิดจากธรณีฟิสิกส์ เช่น แผ่นดินไหว) จากทั้งหมดนี้ 90.1% จัดสรรเพื่อการรับมือเหตุฉุกเฉิน 5.8% จัดสรรเพื่อการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูบูรณะ และ 4.1% เพื่อการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ในขณะที่จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อแยกย่อยเงินจำนวน 133,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำนวนเงินเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ODA เป็นแหล่งการเงินที่สำคัญที่อาจจัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย

ในขณะเดียวกัน หลายประเทศจัดตั้งกองทุนแห่งชาติเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายจากภัยพิบัติ สิ่งเหล่านี้อาจมีบทบาทสำคัญในสถาปัตยกรรมทางการเงินในท้ายที่สุดเพื่อจัดการกับการสูญเสียและความเสียหาย คำถามสำคัญคือกองทุนระดับชาติเหล่านี้สามารถปรับให้ได้รับเงินทุนระหว่างประเทศและสอดคล้องกับวาระของ UNFCCC ได้มากน้อยเพียงใด

กลุ่มผู้เล่นภาคเอกชนซึ่งรวมถึงครัวเรือน ธุรกิจ และนักลงทุน – ผ่านการเผชิญปัญหา การบริหารความเสี่ยง และกลไกการถ่ายโอนภัยพิบัติ – เป็นอีกแหล่งเงินทุนที่มีศักยภาพซึ่งไม่มีชุดข้อมูลที่ครอบคลุม

สุดท้ายที่ COP26 องค์กรการกุศลต่างๆ เช่น Children’s Investment Fund Foundation, European Climate Foundation, Global Green Grants Fund, Hewlett Foundation และ Open Society Foundation ให้คำมั่นสัญญา 3 ล้านดอลลาร์เพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย COP26 ยังเห็นคำมั่นสัญญาจากรัฐบาลสกอตแลนด์และวัลโลเนียซึ่งให้เงิน 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์) และ 1 ล้านยูโร (ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์) ตามลำดับ

แหล่งการเงินที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงขอบเขตบางประการสำหรับการจัดการกับกรณีที่เกิดความสูญเสียและความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแหล่งเงินทุนมากมายสำหรับการแก้ปัญหาความสูญเสียและความเสียหาย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีความพยายามร่วมกันเพื่อให้มีการจัดหาเงินทุนคุณภาพสูง เข้าถึงได้ และเหมาะสมกับวัตถุประสงค์มากขึ้น

ข้อพิจารณาหลักสำหรับการเงินระหว่างประเทศเพื่อจัดการเรื่องความสูญเสียและความเสียหาย

มีข้อควรพิจารณาที่สำคัญเมื่อออกแบบกลไกการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย จากการวิจัยเบื้องต้นของเรา

ประการแรกคือการทำให้แน่ใจว่าการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายนั้นเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ การจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายครอบคลุมหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วไปจนถึงเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และด้านเศรษฐกิจไปจนถึงความสูญเสียและความเสียหายที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้อาจต้องใช้แนวทางที่แตกต่างกันในการจัดหาเงินทุน ทำให้ความสามารถในการสร้างรูปแบบที่กระชับ คำจำกัดความ หรือความเข้าใจใน “การจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหาย” กลไกทางการเงินใด ๆ จะต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อสามารถให้การสนับสนุนที่เหมาะสม

การวิเคราะห์เบื้องต้นที่ดำเนินการแสดงให้เห็นว่าการเงินส่วนใหญ่ที่อาจจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายดูเหมือนจะเน้นไปที่ภัยพิบัติที่เริ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีข้อจำกัดและการเข้าถึงการเงินสำหรับภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ และความสูญเสียและความเสียหายที่ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

และที่สำคัญ การจัดหาเงินทุนเพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเสียและความเสียหายควรตรงไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับพื้นที่หากเป็นไปได้และเหมาะสม

กองทุนด้านสภาพภูมิอากาศและความไม่เป็นธรรม

ในปี 2563 ความสูญเสียจากภัยพิบัติที่เกิดจากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากวิกฤตสภาพอากาศนั้นมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 210,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก งานวิจัยชิ้นหนึ่งคาดการณ์ว่าความเสียหายที่เหลือทั้งหมดสำหรับภูมิภาคที่ไม่อยู่ในกลุ่มประเทศภาคผนวก 1 อยู่ในช่วงตั้งแต่ 290,000-580,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2573 เป็น 551,000 ล้านดอลลาร์-1.016 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2583 และ 1.132–1.741 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2593

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่การจัดหาเงินทุนสำหรับความสูญเสียและความเสียหายจัดเป็นประเด็น “ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ” คือเรื่องราวของความสูญเสียและความเสียหายเองก็มีความไม่เท่าเทียมกัน ความสูญเสียและความเสียหาย 1 ดอลลาร์สำหรับครอบครัวที่ยากจนมีผลแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับความสูญเสียและความเสียหาย 1 ดอลลาร์สำหรับครอบครัวที่ร่ำรวย สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมกำหนดผลกระทบของภาระทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และยังกำหนดว่าใครสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางสังคมหลังจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว รายงานแสดงให้เห็นว่าหลังเกิดน้ำท่วมและดินถล่มในเนปาลในปี 2554 90% ของผู้มีฐานะร่ำรวยเข้าถึงการสนับสนุนจากรัฐบาล ในขณะที่มีเพียง 6% ของคนจนเท่านั้นที่ทำได้

ก้าวต่อไป

ในการประชุม COP27 ที่อียิปต์ในเดือนพฤศจิกายน 2565 รัฐบาลของประเทศต่างๆจำเป็นต้องตรวจสอบแนวทางการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายอันเป็นผลมาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลสามารถขอคำแนะนำและการสนับสนุนจากกลุ่มผู้เล่นที่ไม่ใช่ภาครัฐได้เมื่อจำเป็น กลุ่มสำนักคิดต่างๆ เครือข่าย และกลุ่มแนวร่วมต่างพิจารณาถึงการจัดหาเงินทุนด้านความสูญเสียและความเสียหาย และพยายามตอบคำถามที่สำคัญว่าด้วย “ใคร” “อะไร” และ “อย่างไร”

วิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่า ความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะคงอยู่และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแน่ใจว่ากลุ่มผู้ที่เปราะบางที่สุดในโลกจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในยามวิกฤต จำเป็นต้องมีการวิจัยและการวิเคราะห์เพิ่มเติม แต่ผู้กำหนดนโยบายต้องแน่ใจว่าได้นำข้อมูลอันมีค่านี้ไปพัฒนาทางออกที่เป็นรูปธรรมซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในชีวิตของผู้คนนับพันล้าน

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading