เมื่อชาวประจวบฯ ขอกำหนดอนาคตของตัวเอง
ผมได้หนังสือเล่มนี้เป็นอภินันทนาการจากคุณสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล ผู้เขียน ซึ่งนอกจากแถมลายเซ็นตัวเองมาให้แล้ว ยังมีลายเซ็นของคุณจินตนา แก้วขาว นักสู้หญิงเหล็กแห่งบ้านกรูดแถมมาด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างสูง และหยิบขึ้นมาก็อ่านรวดเดียวจบแบบวางไม่ลง (Unputdownable) หนังสือเล่ม “ชาวประจวบขอกำหนดอนาคตตนเอง” พิมพ์ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2553 จำนวน 5,000 เล่ม อาจเรียกได้ว่าใช้เวลาเขียนกว่า 10 ปี ก็ว่าได้ เรื่องเวลาในการเขียนนี้ผมยกอุปมาขึ้นมาเอง เพราะถ้าเราอ่านจนจบ จะพบว่านี่คือผลงานทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของ “ชาวบ้านเสื้อเขียว” ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นับตั้งแต่มีโครงการพลังงานถ่านหินสกปรกเกิดขึ้นในบ้านกรูดและบ่อนอกเมื่อ 13 ปีก่อน ที่เรียกว่าเป็นผลงานทางประวัติศาสตร์มิใช่เพียงเพราะว่าเป็นเรื่องเล่าในอดีต หากแต่บรรจุวิสัยทัศน์แห่งอนาคตเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมและมุ่งมั่น ตามชื่อของหนังสือ และไม่มีใครสามารถทำได้เช่นนี้ นอกจาก “ชาวบ้านเสื้อเขียว” หนังสือเล่าว่าประจวบคีรีขันธ์มีอะไรอยู่บ้าง แล้วขยายความว่าแล้วสิ่งที่ประจวบคีรีขันธ์มีอยู่กลายเป็นประเด็นขัดแย้งได้อย่างไร เมื่อพิจารณาถึงกระบวนทัศน์การพัฒนากระแสหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนพัฒนาภาคใต้ การขยายอุตสาหกรรมเหล็กและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า และนำเสนอตบท้ายด้วยว่า ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่พูดกันมาเป็นเวลา 30-40 ปี นั้นทำได้อย่างไร จะปรับแผนพัฒนาภาคใต้อย่างไร ที่นำไปสู่สังคมปรองดองและเป็นธรรม เป็นการสังเคราะห์ประสบการณ์การต่อสู้และยั่วแย้งข้อมูลของหน่วยงานรัฐ อย่างเช่น สภาพัฒน์ฯ แบบกินขาดและโดนใจขาโจ๋เป็นอย่างยิ่ง ! หนังสือเล่มนี้ยังบรรจุประสบการณ์ตรงของชุมชนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและชี้ให้เห็นด้วยว่าจะแก้ไขมันได้อย่างไร “โลกร้อนแก้ได้ด้วยมือและตีนของพวกเราทุกคน” เออ…ตรงไปตรงมา […]
