84% ของคาร์บอนเครดิตเป็นของปลอม

เรียบเรียงจาก https://reddmonitor.substack.com/p/84-of-carbon-credits-are-junk งานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า ‘มีเพียงไม่ถึง 16% ของคาร์บอนเครดิตที่ออกให้กับโครงการที่ถูกตรวจสอบนั้นเป็นการลดการปล่อยก๊าซจริง‘ “หนึ่งในปัญหาของคาร์บอนเครดิตคือ มันมักไม่ได้สะท้อนถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างแท้จริง คาร์บอนเครดิตเหล่านี้จึงเป็นเครดิตปลอม และแม้ว่าโครงการคาร์บอนบางโครงการจะสามารถลดการปล่อยก๊าซได้จริง การสร้างคาร์บอนเครดิตขึ้นมาก็หมายความว่าประโยชน์ต่อสภาพอากาศภูมิอากาศจะถูกลบล้างไป เพราะผู้ซื้อจะใช้คาร์บอนเครดิตเหล่านี้เพื่อดำเนินการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป” “งานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ใน Nature Communications ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเครดิตปลอมในตลาดคาร์บอนสมัครใจ โดยงานวิจัยนี้มีชื่อว่า “Systematic assessment of the achieved emission reductions of carbon crediting projects” ซึ่งได้ทำการศึกษาคาร์บอนเครดิตที่ออกให้กับโครงการคาร์บอนจำนวน 2,346 โครงการ นักวิจัย ระบุว่า การวิเคราะห์นี้ครอบคลุมปริมาณคาร์บอนเครดิตประมาณหนึ่งในห้าของทั้งหมดที่ออกมาในปัจจุบัน หรือเกือบ 1 พันล้านตันของ CO₂e เราประเมินว่ามีเพียงไม่ถึง 16% ของคาร์บอนเครดิตที่ออกให้กับโครงการที่ถูกตรวจสอบนั้นเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจริง โดยแบ่งเป็น 11% สำหรับเตาปรุงอาหารที่ปรับปรุงแล้ว, 16% สำหรับการทำลาย SF6, 25% สำหรับการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า, 68% สำหรับการลด HFC-23 และไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญทางสถิติจากโครงการพลังงานลมและการจัดการป่าไม้ที่ปรับปรุงแล้ว นี่เป็นผลการค้นพบที่ร้ายแรง จากคาร์บอนเครดิตจำนวน 972 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings