นักฟิสิกส์คาดการณ์ว่าสภาพภูมิอากาศโลกจะมีความโกลาหลด้วยผลกระทบที่เป็นหายนะ

โลกเดือดขึ้น ระบบสภาพภูมิอากาศก็ปั่นป่วนยิ่งขึ้น การศึกษาใหม่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจน งานวิจัยชิ้นใหม่ซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ไปยังฐานข้อมูล preprint arXiv วาดภาพโดยรวมทั่วไปของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อสภาพภูมิอากาศ และผลออกมาไม่ค่อยน่าภิรมย์นัก แม้ว่าการศึกษาจะไม่ได้นำเสนอการจำลองแบบจำลองสภาพภูมิอากาศที่สมบูรณ์ แต่ก็แสดงให้เห็นภาพร่างกว้างๆ ของสิ่งที่เรากำลังมุ่งหน้าไป หากเราไม่ต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศโดยลด ละ เลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลตามการศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ในภาควิชาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปอร์โตในโปรตุเกส  “ผลกระทบของวิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นที่ทราบกันดี (ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ปรากฏการณ์สุดขั้ว ฯลฯ)” Orfeu Bertolami นักวิจัยกล่าวกับ Live Science ในอีเมล “หากระบบโลกเข้าสู่ขอบเขตที่มีพฤติกรรมปั่นป่วน เราจะหมดความหวังในการหาทางออกไม่ว่าจะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง” การขยับเขยื้อนของระบบสภาพภูมิอากาศ โลกประสบกับการเปลี่ยนแปลงแบบแผนสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่เป็นระยะๆ จากสภาวะสมดุลที่เสถียรไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงวงโคจรของโลกหรือการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ แต่การวิจัยที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า เรากำลังเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ซึ่งขับเคลื่อนโดยกิจกรรมของมนุษย์ ในขณะที่เหล่าคาร์บอนยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย(carbon majors) ปล่อยก๊าซคาร์บอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น เรากำลังสร้างยุคแอนโทรโปซีนใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของระบบภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกของเราไม่เคยประสบมาก่อน ในการศึกษาครั้งใหม่นี้ นักวิจัยจำลองการมาถึงของ Anthropocene ในฐานะเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่เฟสใหม่ คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนสถานะของวัสดุ เช่น เมื่อก้อนน้ำแข็งเปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลว (ละลายเป็นน้ำ) หรือเมื่อน้ำระเหยกลายเป็นก๊าซ แต่การเปลี่ยนเฟสก็เกิดขึ้นในระบบอื่นด้วย […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings