แสงแห่งอุษาคเนย์

นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติได้ถ่ายภาพยามค่ำคืนภาพนี้ขณะโคจรอยู่เหนือทะเลอันดามันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านหน้าเป็นแสงฟ้าแลบจากพายุฝนฟ้าคะนองที่สว่างวาบใกล้กับเรือประมงนอกชายฝั่งเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของพม่า (เมียนมา) มุมมองจากสถานีอวกาศนี้แสดงให้เห็นภูมิภาคที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งเป็นบริเวณที่พม่า (เมียนมา) ไทย และลาว มีพรมแดนติดต่อกัน ในขณะที่ถ่ายภาพนี้ ไม่มีแสงจากดวงจันทร์หรือมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้นักบินอวกาศสามารถมองเห็นและถ่ายภาพแหล่งกำเนิดแสงต่าง ๆ ได้อย่างมีความเปรียบต่างสูงเมื่อเทียบกับพื้นดินและผืนน้ำที่มืดสนิท แสงสว่างจากฟ้าแลบเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูมรสุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสงไฟจากเมืองต่าง ๆ ปรากฏอยู่ทั่วภูมิประเทศ หลายเมืองเชื่อมต่อกัน เช่น เชียงใหม่และพิษณุโลก ซึ่งตั้งอยู่ในแอ่งแม่น้ำตอนกลางของประเทศไทยที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน เหนือออกไปจากแสงเมืองเหล่านี้ ความมืดที่ทอดยาวไปยังเส้นขอบฟ้าแสดงถึงพื้นที่ชนบทที่มีพืชพรรณปกคลุมของไทย ซึ่งมีแหล่งกำเนิดแสงเพียงเล็กน้อย อีกหนึ่งสิ่งที่นักบินอวกาศมักพบเห็นจากอวกาศคือแสงสีเขียวจากเรือประมง ซึ่งในภาพนี้สามารถเห็นได้รวมกลุ่มกันอยู่นอกชายฝั่งใกล้พายุ แสงเขียวสดเหล่านี้ใช้เพื่อดึงดูดแพลงก์ตอนและปลาให้เข้าใกล้เรือ และโดดเด่นท่ามกลางผืนน้ำทะเลที่มืดมิด มองไปยังเส้นขอบฟ้าของโลก จะเห็นแสงสีเขียวจาง ๆ ของ “แอร์โกลว์” (airglow) ลอยอยู่ระหว่างความมืดของอวกาศกับพื้นโลกเบื้องล่าง บริเวณตอนใต้สุดของพม่า ซึ่งปรากฏในภาพนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2024 ได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ซึ่งเกิดขึ้นในอีกห้าเดือนต่อมาในเดือนมีนาคม 2025 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 628 กิโลเมตร และอยู่นอกกรอบภาพนี้เล็กน้อย ภาพถ่ายจากนักบินอวกาศหมายเลข ISS072-E-125247 ถูกบันทึกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม […]

ปีใหม่ ขอบฟ้าใหม่

นักบินอวกาศถ่ายภาพโลก ขณะที่มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไปสำหรับการสำรวจอวกาศโดยมนุษย์ของ NASA นั่นคือ การกลับไปยังดวงจันทร์ ในขณะที่ NASA เตรียมการสำหรับภารกิจ Artemisในอนาคตไปยังขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ NASA และแนวร่วมต่างๆ ก็ฉลองครบรอบ 20 ปีของการปรากฏตัวของมนุษย์อย่างต่อเนื่องบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภาพถ่ายนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอีกครั้งในโครงการดังกล่าว เนื่องจากถ่ายจากยาน SpaceX Crew Dragon หลังจากปลดล็อกออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ ถือเป็นส่วนสุดท้ายของภารกิจ SpaceX Demo-2 ซึ่งเป็นการบินอวกาศของมนุษย์คนแรกจากดินแดนสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2011 ลูกเรือมองออกไปทางตะวันออกของคาซัคสถานในเที่ยวบินกลับบ้านหลังจากอยู่บนสถานีได้สองเดือน ภาพถ่ายนี้เป็นเพียงหนึ่งในกว่าสี่ล้านภาพที่นักบินอวกาศทำการถ่ายบันทึกภาพของโลกนับตั้งแต่เริ่มโครงการบินอวกาศของ NASA นักบินอวกาศจะยังคงถ่ายภาพโลกของเราต่อไปไม่ว่าจะมาจากยานอวกาศวงโคจรต่ หหรืออย่างที่นักบินอวกาศอพอลโลถ่ายภาพโลกจากดวงจันทร์ ภาพถ่ายเหล่านี้บันทึกในช่วงเวลาที่ไม่ซ้ำกันของพื้นผิวโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หมายเหตุ : ภาพถ่ายของนักบินอวกาศหมายเลข ISS063-E-68417 บันทึกในวันที่ 2 สิงหาคม 2020 ด้วยกล้องดิจิทัล Nikon D5 ที่ใช้เลนส์ 14 มิลลิเมตรและจัดหาโดย ISS Crew Earth Observations Facility และ Earth Science and […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings