วางานูอิ : มรดกความขัดแย้งเหนือดินแดนเมฆขาวอันยาวไกล (4)

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก Wanganui : Beyond the Comfort Zone, North and South Magazine. June, 1995 เขียนโดย Cate Brett (ตีพิมพ์ลงในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ ระหว่าง ปี พ.ศ.2538-2539) ตอนที่ 4 ตัวเลขเหล่านี้มาจากผู้นำสตรี ทาริเอนา ทูริอา ผู้เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงเรียกร้องสิทธิในที่ดินของปาไกโตเร ทูริอาอายุ 50 ปี เป็นแม่ของลูก 6 คนและยายของหลานอีก 16 คน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญที่ปาไกโตเร เธอมีวิถีทัศน์ทางการเมืองที่ชัดเจนและมีจินตภาพอันแรงกล้าของอนาคตเพื่อลูกหลาน เธอมาจากเผ่างาทิ อาปา และแต่งงานกับเมารีแห่งแม่น้ำวางานูอิ ในฐานะลูกจ้างของกระทรวงพัฒนาเมารี(เท ปูนิ โคคิริ) สาขาวางานูอิ (เธอลาออกระหว่างการประท้วง) ทูริอาบอกกับฉันว่าปาไกโตเรได้ตอบรับความเจ้บปวดอันลึกซึ้งและความรู้สึกไร้อำนาจของเมารีรุ่นพ่อแม่เช่นเดียวกับที่เธอรู้สึกเมื่อมองไปที่เด็กเมารีรุ่นหลังเดินลงไปสู่ความอับจน “ดูพวกเด็กที่เดินเล่นอยู่ที่นี่สิ อะไรเล่าที่พวกเขารอคอยด้วยความหวัง เราไม่มีอะไรต้องสูญเสีย เป็นจุดที่มีพลังมากๆ เราต้องอยู่เหนือความกลัว” ในปี พ.ศ.2527 ปีเริ่มต้นการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคแรงงาน […]

วางานูอิ : มรดกความขัดแย้งเหนือดินแดนเมฆขาวอันยาวไกล (3)

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก Wanganui : Beyond the Comfort Zone, North and South Magazine. June, 1995 เขียนโดย Cate Brett (ตีพิมพ์ลงในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ ระหว่าง ปี พ.ศ.2538-2539) ตอนที่ 3 ข้อข้องใจทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยที่ดินและแม่น้ำนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ตามความคิดเห็นของฉัน มีประเด็นหลักอยู่สองสามประการของการชุมนุมประท้วงที่สวนสาธารณะโมวทอ แง่มุมที่เป็นประเด็นมากที่สุดคือ ความไม่พอใจต่อประมุขแห่งอังกฤษในเรื่องที่ดินผืนหนึ่งที่ชาวเมารีแห่งวางานูอิรู้จักในนาม “สวนสาธารณะโมวทอ” ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1800 สวนสาธารณะ 0.9 เฮกตาร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ปา” ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ปาไกโตเรปา” ถือครองโดยเมารีที่อยู่ตอนบนของแม่น้ำในช่วงฤดูหาปลา ในปี พ.ศ.2382 ยังเป็นพื้นที่ของเด็กหนุ่มปาเกฮาอายุ 19 ปี ชื่อ เอ็ดเวิร์ด เจอร์นิงแฮม เวคฟิลด์ ซึ่งเจรจาซื้อที่ดิน 40,000 เอเคอร์ มูลค่า 500 ปอนด์ รวมทั้งปืนสั้นลำกล้องแฝด […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings