ที่มาของสัญลักษณ์ PEACE
สัญลักษณ์สันติภาพ (Peace) ที่เราใช้ในปัจจุบันมาจากไหน? สัญลักษณ์สันติภาพปรากฏต่อสายตาผู้คนครั้งแรกในการประท้วงที่จัตุรัสทราฟัลการ์ (Trafalgar Square) กรุงลอนดอนในเดือนเมษายน พ.ศ. 2501 ออกแบบโดยเจอรัลด์ ฮอลตัน นักออกแบบผู้ได้รับมอบหมายให้ออกแบบสัญลักษณ์เพื่อใช้ในการเดินขบวนต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ โดยสัญลักษณ์นี้เกิดจากการผสมตัวอักษรที่แทน ‘สัญญานธง’ สองคำ คือ N = Nuclear และ D = Disarmament หมายถึง การลดกำลังอาวุธ (นิวเคลียร์) โดยวงกลมหมายถึงโลกใบนี้นั่นเอง ต่อมาสัญลักษณ์สันติภาพถูกใช้ในการประท้วงของกลุ่ม Direct Action Committee Against Nuclear War (DAC) และกลุ่ม Campaign for Nuclear Disarmament (CND) ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 ช่วงที่โลกอยู่ในยุคสงครามเย็น ทั้งมหาอำนาจโลกเสรีอย่างสหรัฐอเมริกา และโลกสังคมนิยมอย่างโซเวียต ต่างทดลองอาวุธนิวเคลียร์กันอย่างบ้าระห่ำ ในทศวรรษ 1960-1970 มีการใช้สัญลักษณ์สันติภาพในขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามเวียดกันอย่างแพร่หลาย เครื่องหมายวงกลมอันเรียบง่ายนี้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สากลที่แสดงอุดมคติของผู้เรียกร้องสันติภาพ สัญลักษณ์สื่อสารถึงคำมั่นเพื่อสันติภาพ เสรีภาพ สิ่งที่ดีที่สุดและเป็นความหวังสูงสุดของจิตวิญญาณมนุษย์ ในปี […]
รัฐบาลทรัมป์เร่งผลักดันการขายเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้ซาอุดีอาระเบีย — แต่ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
เรียบเรียงจาก https://thebulletin.org/2019/04/the-trump-administration-is-eager-to-sell-nuclear-reactors-to-saudi-arabia-but-why/ เขียนโดย Aileen Murphy, M.V. Ramana | April 16, 2019 เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดูเหมือนกำลังผลักดันข้อตกลงขายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้กับซาอุดีอาระเบีย เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2562 สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐมนตรีพลังงาน ริก เพอร์รี ได้อนุมัติเอกสารลับ 6 ฉบับ ให้กับบริษัทต่าง ๆ เพื่อดำเนินงานเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์กับซาอุฯ โดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากรัฐสภา รายงานของ Reuters อ้างอิงจากรายงานชั่วคราวของคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง ส.ส. เอลียาห์ คัมมิงส์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยระบุว่ามีผู้เปิดโปงภายในเตือนว่า ทำเนียบขาวพยายามเร่งผลักดันการถ่ายโอนเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้กับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเร่งด่วน ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุฯ ที่ดูเหมือนจะอยู่ระหว่างการเจรจา บางคนถึงกับหมดหวังกับแนวคิดในการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่อ่อนไหวเช่นนี้ให้กับระบอบการปกครองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนักข่าวชาวซาอุฯ ที่พำนักอยู่ในสหรัฐอย่างโหดเหี้ยม และยังเป็นผู้นำสงครามนองเลือดในเยเมน ซาอุดีอาระเบียพยายามให้เหตุผลต่อโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของตนว่าเป็นแนวทางในการลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งจากความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ราชอาณาจักรสามารถขายน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกได้มากขึ้น แทนที่จะใช้ทรัพยากรเหล่านั้นในการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ แต่สำหรับซาอุดีอาระเบียซึ่งมีแสงแดดแรงตลอดปี ทางเลือกที่ทั้งประหยัดและสมเหตุสมผลยิ่งกว่าคือพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอน และสามารถลดการใช้ทรัพยากรน้ำมันและก๊าซภายในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม […]
สงครามและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ : อีก 90 วินาทีถึงเที่ยงคืนของนาฬิกาวันโลกาวินาศ
เรียบเรียงจาก https://www.theguardian.com/world/2024/jan/23/wars-and-climate-crisis-see-doomsday-clock-stay-at-90-seconds-to-midnight?CMP=Share_iOSApp_Other นาฬิกาวันโลกาวินาศ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การนับถอยหลังสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ อยู่ที่ 90 วินาทีถึงเที่ยงคืน ซึ่งใกล้เที่ยงคืนที่สุดนับตั้งแต่มีการคิดค้นขึ้นในปี 2490 โดย Bulletin of the Atomic Scientists Bulletin of the Atomic Scientists อ้างถึงภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องของการยกระดับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน “ความน่ากลัวของสงครามสมัยใหม่” ในอิสราเอลและฉนวนกาซา และการขาดการดําเนินการเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งคุกคาม “ชีวิตหลายพันล้านคน” ราเชล บรอนสัน ประธานฝ่ายบริหารขององค์กรกล่าวว่า “90 วินาทีก่อนเที่ยงคืนนั้นไม่ยั่งยืนอย่างยิ่ง” ปี 2566 Bulletin of the Atomic Scientists กําหนดนาฬิกาโลกาวินาศเชิงเปรียบเทียบไว้ที่ 90 วินาทีถึงเที่ยงคืน ซึ่งใกล้เที่ยงคืนที่สุดนับตั้งแต่คิดค้นขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติกล่าวในปี 2566 ว่าการดํารงอยู่อย่างต่อเนื่องของมนุษยชาติมีความเสี่ยงมากกว่าที่เคยเป็นมา ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรุกรานยูเครนและ “ภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นของรัสเซียในการใช้อาวุธนิวเคลียร์” Bulletin of the Atomic Scientists ก่อตั้งขึ้นในปี 1945 โดยอัลเบิร์ต […]
มรดกของการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ : การปนเปื้อนสารพิษ ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูที่สูงลิ่ว และวัฒนธรรมปิดลับของรัฐบาล
แปลเรียบเรียงจาก https://theconversation.com/the-nuclear-arms-races-legacy-at-home-toxic-contamination-staggering-cleanup-costs-and-a-culture-of-government-secrecy-210262เขียนโดย William J. Kinsella Professor Emeritus of Communication, North Carolina State University ภาพยนตร์เรื่อง “Oppenheimer” ของคริสโตเฟอร์ โนแลน เน้นไปที่มรดกของโครงการแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันครบรอบการทิ้งระเบิดฮิโรชิมาและนางาซากิในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม 1945 ใกล้เข้ามา เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นขัดแย้งที่เกิดจากการสร้างระเบิดปรมาณู โครงการแมนฮัตตันก่อให้เกิดมรดกสามประการที่เชื่อมโยงถึงกัน มันริเริ่มให้เกิดการแข่งขันทางอาวุธระดับโลกที่คุกคามความอยู่รอดของมนุษยชาติและโลกที่เรารู้จัก นอกจากนี้ยังนำไปสู่ความเสียหายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวางจากการผลิตและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และสร้างวัฒนธรรมการปกปิดโดยรัฐด้วยผลลัพท์ทางการเมืองที่ก่อปัญหา ในฐานะนักวิจัยที่ตรวจสอบการสื่อสารในบริบทด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ผมศึกษามรดกของการผลิตอาวุธนิวเคลียร์เหล่านี้ ตั้งแต่ปี 2543 ถึง 2548 ฉันยังทำหน้าที่ในคณะกรรมการที่ปรึกษาพลเมืองที่ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางและรัฐเกี่ยวกับโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ที่โรงงานนิวเคลียร์ Hanford ในรัฐวอชิงตันซึ่งยังคงดำเนินต่อไปจนถึงทุกวันนี้ แฮนฟอร์ดเป็นที่รู้จักน้อยกว่าลอสอาลามอส รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ออกแบบอาวุธปรมาณูชิ้นแรก แต่ก็มีความสำคัญต่อโครงการแมนฮัตตัน ที่นั่น ฐานอุตสาหกรรมลับขนาดมหึมาทำการผลิตเชื้อเพลิงพลูโตเนียมสำหรับการทดสอบระเบิดปรมาณูในชื่อ “Trinity” เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2488 […]