บริบทของ COP29

เรียบเรียงจาก https://www.cisl.cam.ac.uk/cop29-what-expect การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP29 ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับอาเซอร์ไบจาน แม้ว่าลำดับความสำคัญของประธานการประชุมจะไม่ใช่ตัวกำหนดผลลัพธ์ของการประชุม COP โดยตรง แต่ประธานการประชุมสามารถมีอิทธิพลอย่างมากในการกำหนดวาระการประชุม มุ่งเน้นไปที่หัวข้อเฉพาะ และสร้างแรงผลักดันให้เกิดเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำและพูดอาจมีความสำคัญต่อผลลัพธ์สุดท้าย และจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดในช่วงก่อนและระหว่างการประชุม COP29 แม้พวกเขาจะต้องการต่อยอดจากฉันทามติและความก้าวหน้าจากการประชุม COP28 แต่ประวัติศาสตร์และสถานะของอาเซอร์ไบจานในฐานะประเทศผู้ผลิตน้ำมันมีแนวโน้มที่จะดึงดูดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามว่าพวกเขาจะสามารถมีบทบาทสำคัญในการเจรจาให้บรรลุผลลัพธ์ที่ทะเยอทะยานได้มากเพียงใด อาเซอร์ไบจานได้กลายมาเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาคคอเคซัสตะวันออก โดยเพิ่มสถานะทางเศรษฐกิจผ่านข้อตกลงกับบริษัทพลังงานนานาชาติรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กระบวนการประชาธิปไตย และการทุจริต ซึ่งไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่รัฐบาลพยายามใช้การประชุม COP เป็นโอกาสในการขยายการเชื่อมโยงระดับนานาชาติและการติดต่อทางธุรกิจของตน ต่อยอดจาก COP28 ประธานการประชุมของอาเซอร์ไบจานจะพยายามต่อยอดความสำเร็จของ COP28 ซึ่งผลลัพธ์ที่สำคัญคือฉันทามติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE Consensus) ซึ่งรวมถึงการตอบสนองทางการเมืองต่อการประเมินสถานการณ์โลกรอบแรก (Global Stocktake – GST) ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีเป้าหมายในการประเมินความก้าวหน้าของโลกด้านการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศและเปิดโอกาสในการเพิ่มความทะเยอทะยาน รายงานที่จัดทำขึ้นผ่านกระบวนการ GST ในปี 2023 พบว่าโลกยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายของข้อตกลงปารีสอย่างมาก และยังจำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนจากประเทศต่างๆ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉันทามติของ UAE ยอมรับความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ฉันทามติของ UAE ยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล[16] นี่เป็นครั้งแรกที่การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจนในการตัดสินใจของการประชุม […]

การเงิน แผนปฏิบัติการสภาพภูมิอากาศ ตลาดคาร์บอน : ประเด็นหลักการเจรจาที่ COP29

เรียบเรียงจาก https://www.cisl.cam.ac.uk/cop29-what-expect บทนำ ความร่วมมือระดับโลกเพื่อต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศจัดขึ้นภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาอนุสัญญาระดับโลกสองสามฉบับที่ตกลงกันในการประชุม Rio Earth Summit ในปี 2535 ทุกๆปี การประชุม COP [1] – ราว 200 ประเทศที่ลงนามใน UNFCCC รวมถึงผู้สังเกตการณ์ภาคประชาสังคม – จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเป้าหมายของ UNFCCC เพื่อจํากัดผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยทั่วไป COP ซึ่งนําโดยประเทศเจ้าภาพ แต่ละครั้งบรรลุฉันทามติในแถลงการณ์หรือความตกลงที่มีผลผูกพันซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อสิ้นสุดการประชุม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีพัฒนาการที่สําคัญบางอย่างเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับตั้งแต่การเจรจาความตกลงปารีสซึ่งลงนามโดย 196 ประเทศที่ COP21 ในปี 2559 [ 2] ในขณะที่เราอาจได้เห็นความตกลงบางอย่างเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของความร่วมมือว่าด้วยสภาพภูมิอากาศในฟอรัมระดับโลกอื่น ๆ เช่น G7, G20 และสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ กระบวนการเจรจาภายใต้ UNFCCC มีความชอบธรรมและขนาดพอที่จะรวบรวมความพยายามระดับโลกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ เนื่องจาก การเจรจา UNFCCC เปิดให้ทุกประเทศภาคีรวมถึงกลุ่มประเทศที่เปราะบางได้ส่งเสียงและยกมือคัดค้าน […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings