อุทกภัยภาคกลางของจีน

พายุฝนที่เคลื่อนตัวช้าในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ทำให้แม่น้ำล้นตลิ่งและอ่างเก็บน้ำเต็มจนล้น นำไปสู่อุทกภัยร้ายแรงในภาคกลางของจีน พายุลูกใหม่พัดขึ้นฝั่ง ส่งผลให้ฝนตกหนักในประเทศมากขึ้น น้ำท่วมจากพายุฝนกลางเดือนกรกฎาคมยังคงมองเห็นได้ในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เมื่อเครื่องวัดความละเอียดระดับปานกลาง (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) (MODIS) บนดาวเทียม Aqua ของ NASA ได้ภาพสีเท็จของมณฑลเหอหนานทางตอนเหนือ ในการเปรียบเทียบ พื้นที่เดียวกันแสดงในวันที่ 20 กรกฎาคม 2020 ตามรายงานข่าว พายุฝนทำให้ฝนตกที่ควรจะตกเป็นเวลาหนึ่งปีในเมืองเจิ้งโจวซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลนั้นตกลงมาในช่วงสามวัน จากนั้นพายุเคลื่อนตัวไปทางเหนือและตกลงมาทำให้ฝนตก 26 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ภายในระยะเวลาสองชั่วโมงในเมืองซินเซียง เครือข่ายแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำในภูมิภาคนี้มีน้ำเอ่อท้น และน้ำท่วมโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและอาคารต่างๆ จมอยู่ใต้น้ำ ทำให้ผู้คนจำนวนมากติดอยู่และส่งผลกระทบต่อคนนับล้าน นักพยากรณ์กำลังเฝ้าดูความคืบหน้าของพายุหมุนเขตร้อนอินฟา หลังจากขึ้นฝั่งญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ไต้ฝุ่นอินฟาได้มาถึงชายฝั่งตะวันออกของจีนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม โดยมีลมพัดแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 1 ผู้คนหลายหมื่นอพยพออกจากเซี่ยงไฮ้ก่อนเกิดพายุ ซึ่งทำให้มีลมแรงและฝนตกหนัก This image, acquired at 1:45 […]

หายนะจากอุทกภัยสุดขีดที่ยุโรป

ชุมชนในเยอรมนี เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์สะเทือนหนักหลังจากฝนในเดือนกรกฎาคมที่ตกลงมาอย่างหนักแบบสุดขีดและเกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายในหลายส่วนของยุโรปตะวันออก พื้นที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดมีปริมาณที่จริงๆ แล้วควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือน แต่ปริมาณฝนดังกล่าวกลับถล่มลงมาครั้งเดียวภายใน 24 ชั่วโมง ทุบสถิติปริมาณการตกของฝน(และน้ำฟ้า)ที่เคยบันทึกกันมาทั้งหมด ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อท่วมในระดับสูงครั้งใหม่ และก่อให้เกิดนำ้ท่วมแบบฉับพลันที่ทำลายล้าง ฝนที่ตกลงมาในช่วงกลางคืนของวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2565 สร้างความเสียอย่างหนัก หลายคนนอนหลับในช่วงที่ฝนเทลงมาอย่างหนักที่สุด และหลุดลอยไปกับกระแสน้ำที่กระหน่ำเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มีเขื่อนพัง และน้ำท่วมบ้านเรือน รายงานข่าวประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 196 คน และผู้บาดเจ็บนับพันคน และอีกหลายร้อยคนยังสูญหาย ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม  Landsat 8 จับภาพเหตุอุทกภัยตามแม่น้ำมิวส์และแม่น้ำโรเออร์ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อท่วม ผู้คนราว 5,000 คนถูกบังคับให้อพยพออกจากเมืองโรมอนด์ เมืองหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ใกล้ชายแดนเยอรมนี เขื่อนแตกบนแม่น้ำ Roer มีส่วนทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างกว้างขวาง ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาพอสมควรเพื่อวิเคราะห์ว่าหายนะจากอุทกภัยครั้งนี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากมนุษย์หรือไม่อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ต้องอึ้งกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นนำไปสู่การเกิดฝนที่ตกหนักมากขึ้นและบ่อยครั้งขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก นักวิจัยและนักอุตุนิยมวิทยาบางคนยังเสนอว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงแบบแผนของกระแสลมกรด(jet stream) ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า ‘Blocking Patterns’ ซึ่งคือการที่ความกดอากาศสูงหรือความกดอากาศต่ำก่อตัวล้อมพื้นที่หนึ่งจนขัดขวางไม่ให้กระแสอากาศอื่นๆ ผ่านเข้าไป อย่างเช่นกรณีการตกอย่างหนักของฝนเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน ที่มา : NASA […]

อุทกภัยแห่งศตวรรษในอินเดีย

สายฝนแห่งฤดูมรสุมถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลคือก่อให้เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรัฐเคลาราของอินเดียนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1924 (พ.ศ. 2467) เหตุเริ่มจากปริมาณฝนที่เทลงมาในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 มีผู้คนนับล้านต้องอพยพ อีกหลายร้อยชีวิตต้องสูญเสีย บ้านเรือนเสียหายราว 50,000 หลัง ถือเป็นการตกของฝนที่มีปริมาณมากที่สุดของรัฐเคลาราในฤดูมรสุมนี้ ภาพบนแสดงปริมาณฝนตกสะสมระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคมถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ปริมาณการตกสูงสุดในรัฐเคราลาเกิดขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคม และไปถึงระดับสูงผิดปกติระหว่างวันที่ 8 และ 16 สิงหาคม นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นมา พื้นที่แถบนี้รับการตกของฝนมากกว่าร้อยละ 42เทียบกับปริมาณการตกตามปกติในช่วงเวลาเดียวกัน ในช่วง 20 วันแรกของเดือนสิงหาคม รัฐเคราลามีฝนตกมากขึ้นร้อยละ 164 มากกว่าปริมาณการตกของฝนตามปกติ ฝนยังตกแบบถล่มถลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ภาคตะวันตกของเมียนมาร์เจอกับฝนที่กระหน่ำลงมาในช่วงกลางเดือนกรกฏาคมและเดือนสิงหาคม ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ผู้คน 150,000 คน ต้องอพยพในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบ30 ปี ระดับน้ำในแม่น้ำ Bago และ Sittaung เพิ่มสูงที่สุดในรอบ 50 ปี แม่น้ำ […]

อุทกภัยในภาคใต้ของไทย

  ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวันในเดือนมกราคม 2560 ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ ในขณะที่น้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุมนั้นเป็นปกติในภูมิภาคนี้ แต่ฤดูฝนนั้นจะหยุดลงในเดือนพฤศจิกายน เครื่องมือ OLI บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพพื้นที่น้ำท่วมใกล้คลองปากกระในวันที่ 9 มกราคม 2560 ส่วนที่เป็นสีแทนและเหลืองในภาพคือพื้นที่น้ำท่วมที่มีตะกอนดิน ภาพถ่ายดาวเทียมที่สองเป็นภาพเปรียบเทียบพื้นที่เดียวกันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เมื่อระดับน้ำต่ำกว่า ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไทยระบุว่า ฝนตกที่เริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นปรากฎการณ์ฝนตกที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อไทยในรอบ 30 ปี มากกว่า 300,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 คน ในขณะที่สถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมคลี่คลายลงไปได้บ้างในหลายพื้นที่ นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า อาจจะมีพายุฝนลูกใหม่เข้ามาสมทบอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่มา Bangkok Post (2017, January 12) 36 dead, one missing in floods, many homeless. Accessed January […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings