ควันไฟป่าลอยไกลออกไปเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

ช่วงสายของวันที่ 2 กันยายน 2563 เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ขององค์การนาซาบันทึกภาพสีจริงจากกลุ่มควันไฟป่าแคลิฟอร์เนียที่พัดพาโดยกระแสลมไปทางทิศตะวันตกเหนือมหาสมุทรที่ปกคลุมด้วยเมฆหนา ควันไฟส่วนใหญ่เกิดจาก August Complex fire ใน Mendocino National Forest ในวันที่ 2 กันยายน ไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ 261,000 เอเคอร์ (408 ตารางไมล์/1,060 ตารางกิโลเมตร) และควบคุมไฟป่าไว้ได้ 20 % อ้างอิง : NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview. Caption by Kathryn Hansen.

ควันไฟป่าหนาบดบังท้องฟ้าในรัฐแคลิฟอร์เนีย

เมื่อไฟป่าลุกลามทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย กลุ่มควันไฟป่าจำนวนมากเข้าปกคลุมหลายเมืองในที่ราบหุบเขา San Joaquin และเขตเบย์แอเรียของซานฟรานซิสโก ในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียมเทอราขององค์การนาซาจับภาพสีธรรมชาตินี้ไว้ได้ก่อนเวลาเที่ยงวัน ฝุ่นควันไฟป่าทำให้เกิดมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหากหายใจเข้าไป และฝุ่นยังตกปกคลุมรถยนตร์ มีการสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 20,000 ในแถบเทือกเขา Santa Cruz ที่มา : NASA Earth Observatory image by Lauren Dauphin, using MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview. Text by Kasha Patel.

พื้นที่เผาไหม้ (Fire Burn Scar)

 Woolsey Fire เป็นไฟป่าที่เกิดขึ้นทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ทิ้งร่องรอยไว้บนภูมิทัศน์ที่กินพื้นที่กว้างขวางที่สามารถเห็นได้ง่ายจากอวกาศ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 Cal Fire รายงานว่าสามารถควบคุมไฟได้ร้อยละ 94 และมีพื้นที่เผาไหม้เกือบ 97,000 เอเคอร์ (393 ตารางกิโลเมตรหรือ 152 ตารางไมล์) หนึ่งวันก่อนหน้านั้นเครื่องมือ Advanced Spaceborne Thermal Emission and Reflection Radiometer (ASTER) บนดาวเทียม Terra ของนาซาจับภาพพื้นที่เผาไหม้นี้ไว้ได้ สีภาพถ่ายดาวเทียมนี้เป็นอินฟาเรดสีเทียม(false-color) ช่วงแบนด์ 3, 2, 1 ได้นำมาขยายให้เกิดสักษณะสีที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น พืชพรรณที่ถูกเผาไหม้แสดงในสีน้ำตาล แสดงในสีน้ำตาล ส่วนพืชพรรณที่ไม่ถูกเผาไหม้แสดงในสีเขียว อาคารบ้านเรือน ถนนและอื่นๆ ในพื้นที่ที่พัฒนาแสดงในสีเทาและขาว ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมอื่นๆ ของนาซานำไปใช้ในการทำแผนที่แสดงระดับความรุนแรงของพื้นที่เผาไหม้(Preliminary burn severity maps)ซึ่งจะช่วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและควบคุมไฟป่าวางแผนการฟื้นฟูพื้นที่ NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using data from NASA/GSFC/METI/ERSDAC/JAROS, and U.S./Japan ASTER Science […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings