ไฟลุกลามรุนแรงทั่วลอสแอนเจลิส

เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/153793/fires-tear-through-los-angeles ไฟป่าหลายจุดที่สร้างความเสียหายอย่างหนักเกิดขึ้นในบริเวณเนินเขาของลอสแอนเจลิสเคาน์ตีในช่วงต้นเดือนมกราคม 2025 โดย ณ วันที่ 8 มกราคม ไฟป่าขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงลุกไหม้ รุนแรงขึ้นด้วยภูมิประเทศที่แห้งแล้งและลมที่พัดแรงสูงถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ไฟป่าเหล่านี้ได้ทำลายโครงสร้างอาคารนับพันหลัง และทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกคำสั่งอพยพในหลายพื้นที่ของเคาน์ตี หนึ่งในไฟป่าที่เกิดจากแรงลมปะทุขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 7 มกราคม ใกล้กับย่านแปซิฟิกพาลิเสดส์ ภาพด้านล่างที่ถ่ายโดยดาวเทียม Sentinel-2 ขององค์การอวกาศยุโรป แสดงให้เห็นไฟป่าที่แปซิฟิกพาลิเสดส์เมื่อเวลา 10:45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 7 มกราคม หลังจากที่ไฟเริ่มปะทุได้ไม่นาน ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ควันไฟจากไฟป่าในพื้นที่พาลิเสดส์ยังคงลอยไปทางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งถูกบันทึกภาพโดยเครื่องมือ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Aqua ของ NASA โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 8 มกราคม ไฟได้เคลื่อนไปทางตะวันตกตามแนวถนนแปซิฟิกโคสต์ไฮเวย์มุ่งหน้าสู่เมืองมาลิบู โดยได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 11,000 เอเคอร์ (44 ตารางกิโลเมตร) ตามรายงานของหน่วยงานดับเพลิงแคลิฟอร์เนีย (Cal Fire) ในพื้นที่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ไฟป่า […]

แม่น้ำบนฟ้าไหลถล่มแคลิฟอร์เนีย

เพียงสี่วันหลังจากฝนตกหนักในแคลิฟอร์เนีย พื้นที่ก็เปียกชุ่มไปด้วยแม่น้ำบนฟ้า(atmospheric river) อีกสายหนึ่งในวันที่ 4 และ 5 มกราคม 2023 ความชื้นจำนวนมากจากมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนทำปฏิกิริยากับระบบความกดอากาศต่ำที่ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดพายุที่ก่อให้เกิดน้ำท่วม ต้นไม้หักโค่น และสายไฟฟ้าหักโค่น จากข้อมูลของ National Weather Service พื้นที่ชายฝั่งของรัฐแคลิฟอร์เนียมีความเร็วลม 40 ถึง 80 ไมล์ต่อชั่วโมง ในตอนเย็นของวันที่ 4 มกราคม ความเร็วลมเกิน 100 ไมล์ต่อชั่วโมงใกล้ทะเลสาบทาโฮ ฝนตกประมาณ 1 ถึง 3 นิ้วในชุมชนใกล้กับซานตาครูซและซานฟรานซิสโกในตอนเย็นของวันที่ 4 มกราคม แต่พายุยังคงโปรยปรายลงมาในบริเวณอ่าวขณะที่เคลื่อนตัวไปทางตะวันออกในวันที่ 5 มกราคม บางพื้นที่ทางใต้ของบิกซูร์เห็นปริมาณน้ำฝนสูงถึง 6-8 นิ้วใน 24 ชั่วโมง แผนที่นี้แสดงไอน้ำที่กลั่นตัวเป็นฝนในบรรยากาศ ณ เวลา 05.30 น. ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิกของวันที่ 4 มกราคม 2566 ไอน้ำที่กลั่นตัวเป็นสายฝนคือปริมาณน้ำในแนวบรรยากาศ หากไอน้ำทั้งหมดควบแน่นเป็นของเหลว พื้นที่สีเขียวเข้มบนแผนที่บ่งบอกถึงแนวความชื้นที่ไหลเวียนจากมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนไปยังชายฝั่งตะวันตก […]

กำแพงหมอกควันไฟป่าตามแนวชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ

ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 9 กันยายน 2563 เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ของนาซาบันทึกภาพสีธรรมชาติของกลุ่มควันหนาทึบจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในรัฐโอเรกอนและแคลิฟอร์เนีย ประชาชนในพื้นที่ต่างเผชิญกับคุณภาพอากาศที่แย่และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กลุ่มควันไฟป่ามีความหนาทึบและกระจายในวงกว้างซึ่งสามารถสังเกตได้ชัดเจนในระยะทาง 1.5 ล้านกิโลเมตรจากอวกาศ เมื่อเครื่องมือ Earth Polychromatic Imaging Camera (EPIC) บนดาวเทียม NOAA’s DSCOVR บันทึกภาพด้านล่างนี้ไว้ได้ จะสังเกตเห็นว่า ส่วนใหญ่รัฐโอเรกอน แคลิฟอร์เนียและทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟป่า ที่มา : NASA Earth Observatory images by Lauren Dauphin, using MODIS data from NASA EOSDIS/LANCE and GIBS/Worldview and data from DSCOVR EPIC. Caption by […]

คลื่นความร้อนในแคลิฟอร์เนียเร่งวิกฤตไฟป่ามหากาฬ

ช่วงต้นเดือนกันยายน 2563 คลื่นความร้อนแบบเข้มข้นทำลายสถิติอุณหภูมิที่เคยมีมาในหลายพื้นที่ทางแคลิฟอร์เนียตอนใต้ สภาพที่แห้งและร้อนเป็นตัวช่วยโหมการเกิดไฟที่มีอยู่ก่อนแล้วและการเกิดไฟใหม่ ที่เผาทำลายพื้นที่นับหมื่นเอเคอร์ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าสภาวะสุดขั้วเหล่านี้สอดคล้องกับแนวโน้มระยะยาวของคลื่นความร้อนที่เข้มข้นและยาวนานมากขึ้นในทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย แผนที่ด้านบนแสดงถึงแบบแผนการกระจายตวัของอุณหภูมิอากาศทั่งทั้งสหรัฐอเมริกาในวันที่ 6 กันยายน 2563 เมื่อพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ส่วนใหญ่เผชิญกับคลื่นความร้อนอย่างมาก แผนที่มาจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System (GEOS) และนำเสนอถึงอุณหภูมิอากาศในระดับที่สูงจากพื้น 2 เมตร (ประมาณ 6.5 ฟุต) บริเวณสีแดงเข้มแสดงอุณหภูมิที่มีค่าเกิน 113°F (45°C) ในวันที่ 6 กันยายน 2563 เวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง เมืองลอสแองเจลิสบันทึกอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยมีมาได้ถึง 121°F (49°C) ที่ Woodland Hills อีกหลายเมือง เช่น Paso Robles และ Palmdale ก็ทุบสถิติอุณหภูมิรายวันเช่นเดียวกัน แผนที่ด้านล่างแสดง อุณหภูมิพื้นผิว(land surface temperatures) ในวันที่ 6 กันยายน บริเวณอุทยานแห่งชาติ San Bernardino ข้อมูลที่ได้มาจากเครื่องมือ ECOsystem Spaceborne Thermal Radiometer […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings