เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/153793/fires-tear-through-los-angeles

ไฟป่าหลายจุดที่สร้างความเสียหายอย่างหนักเกิดขึ้นในบริเวณเนินเขาของลอสแอนเจลิสเคาน์ตีในช่วงต้นเดือนมกราคม 2025 โดย ณ วันที่ 8 มกราคม ไฟป่าขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงลุกไหม้ รุนแรงขึ้นด้วยภูมิประเทศที่แห้งแล้งและลมที่พัดแรงสูงถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ไฟป่าเหล่านี้ได้ทำลายโครงสร้างอาคารนับพันหลัง และทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกคำสั่งอพยพในหลายพื้นที่ของเคาน์ตี

หนึ่งในไฟป่าที่เกิดจากแรงลมปะทุขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 7 มกราคม ใกล้กับย่านแปซิฟิกพาลิเสดส์ ภาพด้านล่างที่ถ่ายโดยดาวเทียม Sentinel-2 ขององค์การอวกาศยุโรป แสดงให้เห็นไฟป่าที่แปซิฟิกพาลิเสดส์เมื่อเวลา 10:45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 7 มกราคม หลังจากที่ไฟเริ่มปะทุได้ไม่นาน

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ควันไฟจากไฟป่าในพื้นที่พาลิเสดส์ยังคงลอยไปทางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งถูกบันทึกภาพโดยเครื่องมือ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Aqua ของ NASA โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 8 มกราคม ไฟได้เคลื่อนไปทางตะวันตกตามแนวถนนแปซิฟิกโคสต์ไฮเวย์มุ่งหน้าสู่เมืองมาลิบู โดยได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 11,000 เอเคอร์ (44 ตารางกิโลเมตร) ตามรายงานของหน่วยงานดับเพลิงแคลิฟอร์เนีย (Cal Fire)

ในพื้นที่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ไฟป่า Eaton ปะทุขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 7 มกราคม ที่เมืองอัลทาเดนา ทางตอนเหนือของตัวเมืองลอสแอนเจลิส ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเผาทำลายพื้นที่กว่า 10,000 เอเคอร์ รวมถึงบางส่วนของเมืองพาซาดีนาและอัลทาเดนา ไฟป่าอีกจุดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่คือ Hurst เกิดขึ้นในซานเฟอร์นันโดในคืนเดียวกัน

ลมแรง Santa Ana และการขาดฝนสร้างสภาพอากาศที่ “วิกฤต” สำหรับไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ลม Santa Ana มักเกิดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม เมื่อเกิดความแตกต่างของความกดอากาศระหว่างแอ่งเกรตเบซินทางตะวันออกและมหาสมุทรแปซิฟิกที่เย็นลงทางตะวันตก ลักษณะสภาพอากาศนี้ทำให้เกิดลมแรงแห้งพัดลงมาตามแนวภูเขาด้านใน ผ่านหุบเขาภูเขาแคบๆ และมุ่งหน้าไปยังชายฝั่ง

แม้ลมแรงจะเป็นลักษณะทั่วไปในช่วงเวลานี้ของปี แต่การขาดฝนยิ่งเพิ่มความอันตรายของไฟป่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม พื้นที่แคลิฟอร์เนียตอนใต้แทบไม่ได้รับฝนเลย และตามที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ แดเนียล สเวน กล่าว พื้นที่นี้กำลังเผชิญกับฤดูหนาวที่แห้งแล้งที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตัวอย่างเช่น สนามบินลอสแอนเจลิสบันทึกปริมาณฝนเพียง 0.03 นิ้ว (0.08 เซนติเมตร) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นปีน้ำของรัฐ ทำให้เป็นการเริ่มต้นปีน้ำที่แห้งที่สุดในบันทึกของกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ซึ่งย้อนกลับไปถึงปี 1944

กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติลอสแอนเจลิสคาดการณ์ว่าสภาพอากาศที่อันตรายต่อไฟป่าน่าจะคงอยู่จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 8 มกราคม และอาจต่อเนื่องถึงวันที่ 9 มกราคม

NASA Earth Observatory images by Wanmei Liang, using MODIS data from NASA EOSDIS LANCE and GIBS/Worldview and modified Copernicus Sentinel data (2025) processed by the European Space Agency. Story by Emily Cassidy.
References & Resources

AccuWeather (2025, January 8) Powerful Santa Ana winds intensify fast-moving wildfires in Southern California. Accessed January 8, 2025.
Cal Fire (2025, January 8) Palisades Fire. Accessed January 8, 2025.
Cal Fire (2025, January 8) Eaton Fire. Accessed January 8, 2025.
Los Angeles Times (2025, January 4) With negligible rain in 8 months, Southern California swings toward drought. Accessed January 8, 2025.
NASA Applied Sciences Tracking Damage and Air Quality Impacts from Fires. Accessed January 8, 2025.
National Weather Service, Storm Prediction Center (2024, January 7) Fire Weather Outlook. Accessed January 8, 2025.
Scientific American (2025, January 7) How the Ferocious Santa Ana Winds Are Fueling the Palisades Fire. Accessed January 8, 2025.
Weather West, Daniel Swain (2025, January 8) Devastating wildfire outbreak in SoCal. Accessed January 8, 2025.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading