โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก(Small Modular Reactors) สะอาดและปลอดภัยจริงหรือไม่?
พลังงานนิวเคลียร์กลับมาสู่ความสนใจของสาธารณชนอีกครั้งภายใต้ชื่อ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors – SMRs)” ในการประชุม COP28 ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ กว่า 20 ประเทศให้คำมั่นว่าจะร่วมกันผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าภายในปี พ.ศ. 2593[i] โดยถือเป็นครั้งแรกที่การเร่งรัดใช้พลังงานนิวเคลียร์ถูกยอมรับว่าเป็นแนวทางในการบรรลุการลดคาร์บอนในการประเมินภาพรวมการทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก(Global Stocktake)[ii] ขณะเดียวกัน ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA] อ้างว่าจนถึงปี พ.ศ.2568 มีกลุ่มประเทศน้องใหม่ด้านพลังงานนิวเคลียร์กว่า 25 ประเทศอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กมาใช้งาน [iii] และย้ำว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วและลดลงให้มากที่สุดโดยเฉพาะในภาคส่วนที่ยากต่อการลดการปล่อย เช่น ภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น นั้นไม่อาจเกิดขึ้นหากไม่เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์อย่างมีนัยสำคัญ นักวิจัยของ Yusof Ishak Institute มองว่า การที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ถูกรวมเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ (Net Zero) แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติอย่างชัดเจนอันเกิดจากความเร่งด่วนในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก ดังนั้น ความพยายามของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อศึกษาและใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์พลเรือนจึงมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น [iv] โดยมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors – SMRs) เป็นหมุดหมายหลัก ในประเทศไทย (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า […]
ภาพลวงตานิวเคลียร์ : ทำไมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) จะไม่สามารถกอบกู้พลังงานนิวเคลียร์ได้
เรียบเรียงจาก https://www.theenergymix.com/the-nuclear-mirage-why-small-modular-reactors-wont-save-nuclear-power/ เขียนโดย Arnie Gundersen อดีตผู้บริหารอุตสาหกรรมนิวเคลียร์และหัวหน้าวิศวกรที่ Fairewinds Energy Education ไม่ว่าคุณจะหันไปทางไหน เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ก็กำลังทำงานอย่างหนัก ศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ด้วย “ความเร็วสูง” ขณะที่ Goldman Sachs, Microsoft และรัฐบาลสหราชอาณาจักรต่างก็ยกย่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบแยกส่วน (SMR) ว่าเป็นยาวิเศษสำหรับรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงด้านพลังงาน มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีต่างพากันจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ และวอลล์สตรีทก็กำลังพูดถึง “พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง” สำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รัฐบาลสหราชอาณาจักรทุ่มเงินหลายพันล้านเพื่อ “มินินิวเคลียร์” เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านพลังงานที่กำลังจะเกิดขึ้น สำหรับคนที่มีอายุมากพอที่จะจำได้ เรื่องนี้คงฟังดูคุ้นหู ส่วนคนที่ไม่คุ้นหู ขอให้ตั้งใจฟัง ผมใช้เวลามากกว่า 50 ปีในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานอาวุโสและบริหารโครงการที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 70 แห่ง ผมมีสิทธิบัตรด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์และเป็นผู้ร่วมเขียนบทความที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ฉบับเกี่ยวกับการแพร่กระจายของรังสีหลังจากการหลอมละลายของแกนปฏิกรณ์ ผมเคยเชื่อในความฝันนี้ ผมเคยช่วยสร้างความฝันนี้ และเมื่อได้เห็นการแสดงฉากที่สามนี้ ผมก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความรู้สึกที่เหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะสิ่งที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังนำเสนอไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการฉายซ้ำ—เป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวที่มีราคาแพงและเบี่ยงเบนไปจากทางแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศที่แท้จริง SMR คืออะไรกันแน่? เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบแยกส่วน (SMR) คือความฝันใหม่ที่ดูดีของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นความหวังมากกว่ากลยุทธ์ […]
ความเสี่ยงจากรังสีของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน — ไม่ว่าจะมีการโจมตี Fordow หรือไม่ก็ตาม
เรียบเรียงจาก https://thebulletin.org/2025/06/the-radiation-risks-of-irans-nuclear-program-with-or-without-a-strike-on-fordow/ เขียนโดย François Diaz-Maurin | June 20, 2025 หมายเหตุบรรณาธิการ: เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐอเมริกาได้โจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านรวมถึงที่ฟอร์โดว์ นาทานซ์ และอิสฟาฮาน บทความนี้จะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อมีรายละเอียดเพิ่มเติม นับตั้งแต่การโจมตีโดยไม่ให้สัญญาณล่วงหน้าเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน อิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศหลายระลอกต่อสถานที่นิวเคลียร์ทั่วอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญกับเครื่องปฏิกรณ์วิจัย โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และศูนย์นิวเคลียร์อื่นๆ ซึ่งความเสียหายสามารถมองเห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมกับความกังวลถึงการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีหรือสารเคมี ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันศุกร์ว่า “ไม่มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน” อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าการโจมตีของอิสราเอลต่อศูนย์นิวเคลียร์ของอิหร่าน “ได้ทำลายความปลอดภัยและความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ลงอย่างมาก” โดยตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน ศูนย์นิวเคลียร์หลักของอิหร่านหลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงโรงงานเสริมสมรรถนะสองแห่งที่นาทานซ์ อาคารสี่หลังในอิสฟาฮาน และเครื่องปฏิกรณ์วิจัยที่คอนดาบ แม้ไม่มีการวัดพบระดับกัมมันตภาพรังสีที่สูงขึ้นภายนอกสถานที่ แต่ภายในโรงงานโดยเฉพาะโรงงานใต้ดินที่นาทานซ์อาจมีการกระจายของสารเคมีเป็นพิษหรือสารปนเปื้อนรังสี ตามข้อมูลของ IAEA ปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดของอิหร่าน ณ วันที่ 17 พฤษภาคม อยู่ที่ประมาณ 9,250 กิโลกรัม ประกอบด้วยก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ […]
ช่วงเวลาปลอดนิวเคลียร์ของไต้หวัน: หมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เรียบเรียงจาก https://reccessary.com/en/research/taiwan-nuclear-free-moment-milestone-in-energy-transition โดย Taiwan Climate Action Network (TCAN) เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม เครื่องปฏิกรณ์เครื่องสุดท้ายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เหมาหนาน (Maanshan Nuclear Power Plant หรือ NPP3) ได้ถูกตัดออกจากระบบสายส่งไฟฟ้า และด้วยการกระทำที่เงียบงันเพียงครั้งเดียวนี้ ไต้หวันได้ปิดฉากยุคนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ—บรรลุวิสัยทัศน์อันยาวนานของการเป็น “เขตปลอดนิวเคลียร์” ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกระบุไว้ในทั้งพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมพื้นฐานและพระราชบัญญัติตอบสนองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ นี่ไม่ใช่แค่การปลดระวางโรงไฟฟ้า แต่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ในความขัดแย้งยาวนานหลายทศวรรษว่าด้วยอนาคตของระบบพลังงานของไต้หวัน—ทางเลือกที่อยู่ระหว่างสองแนวทางการพัฒนาที่แตกต่างกัน นับตั้งแต่เริ่มใช้นโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานในไตรมาสแรกของปี 2016 สัดส่วนของพลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศลดลงจาก 17% เหลือเพียง 3% ถ่านหินซึ่งเคยเป็นแหล่งหลักก็ลดลงจาก 47% เหลือ 35% ขณะที่พลังงานหมุนเวียน—ส่วนใหญ่คือพลังงานลมและแสงอาทิตย์—เพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่าจาก 1.3% เป็น 12% และก๊าซเหลว (LNG) กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักคิดเป็น 46% ของทั้งระบบ ประเด็นเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ในไต้หวันเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองมาโดยตลอด มีการลงประชามติระดับชาติถึงสองครั้ง—ในปี 2018 และ 2021—ที่มุ่งเน้นเรื่องนโยบายด้านนิวเคลียร์ และเพียงไม่กี่วันก่อนการปิดโรงไฟฟ้าเหมาหนาน ในวันที่ 13 […]