ฟ้าขมุกขมัวทั่วอเมริกาเหนือ

หมอกควันจากไฟป่าที่ยังคงลุกลามในทวีปอเมริหาเหนือตอนกลางและตะวันตก ได้แผ่กระจายปกคลุมเกือบทั่วทั้งทวีป ท้องฟ้าที่สดใสกลายเป็นฟ้าหม่น ในเมืองหลายแห่งตั้งแต่บอสตันไปจนถึงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเนื่องมาจากหมอกควันจากไฟป่าในแคว้น Manitoba และ Ontario ของแคนาดาลอยปกคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา แผนที่ด้านบนแสดงความเข้มข้นของอนุภาคที่เรียกว่า “เขม่าดำ(black carbon) ที่กระจายทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือในวันที่ 21 กรกฏาคม 2564 โดยใช้ข้อมูลจากแบบจำลอง GEOS forward processing (GEOS-FP) ที่ประมวลจากเครื่องวัดบนดาวเทียม อากาศยานและระบบสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน นักสร้างแบบจำลองยังใช้ข้อมูลละอองลอย(aerosols)และไฟ(fire)จากเครื่องมือวัดบนดาวเทียมด้วย แบบจำลอง GEOS-FP ยังใช้ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น อุณหภูมิอากาศ ความชื้น และลมเพื่อจำลองพฤติกรรมของกลุ่มหมอกควันจากไฟป่าอีกด้วย เราสามารถเห็นกลุ่มเขม่าดำหนาแน่นที่ออกมาจากจุดเกิดไฟในรัฐบริติชโคลัมเบีย โอเรกอน วอชิงตัน และแคลิฟอร์เนีย อีกด้วย แปลเรียบเรียงจาก NASA Earth Observatory image by Joshua Stevens, using GEOS-5 data from the Global Modeling and Assimilation Office at NASA GSFC. Story by Adam Voiland. […]

ไฟป่าเดือนสิงหาคมทิ้งร่องรอยเผาไหม้ในแคลิฟอร์เนีย

ไฟป่าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 1 สัปดาห์ ในพื้นที่แคลิฟอร์เนียทางตอนเหนือ ดูเหมือนว่าจะบรรเทาลงอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้อันเนื่องมาจากกระแสลมที่อ่อนลง อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงและปฏิบัติการดับไฟป่าที่เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของรัฐแคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ตาม ไฟป่ายังคงทิ้งร่องรอยเผาไหม้ในพื้นที่ ภาพด้านบนแสดงร่องรอยพื้นที่เผาไหม้จากเหตุการณ์ไฟป่าที่ใหญ่ที่สุดสองเหตุการณ์ซึ่งทีมดับไฟป่าเรียกว่า August Lightning Siege of 2020 โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดฟ้าผ่าและทำให้เกิดไฟลุกขึ้นนับร้อยจุดทั่วแคลิฟอร์เนียทางตอนเหนือ ภาพทั้งสองบันทึกในวันที่ 26 สิงหาคม 2563 ด้วยเครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ขององค์การนาซา จุดสีแดงแสดงการตรวจพบไฟ(fire detections) หรือจุด(pixels)ในเครื่องมือตรวจวัดและอัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์ระบุว่าเป็นจุดที่มีไฟเกิดขึ้น ภาพ false-color ที่ใช้การรวมกันของแสงที่เห็นด้วยตาเปล่าและแสงอินฟาเรด(MODIS bands 7,2,1) เพื่อให้เห็นพื้นที่เดผาไหม้ผ่านควันไฟป่า พืชพรรณที่ถูกเผาไหม้จะปรากฏเป็นสีน้ำตาลและพืชพรรณที่ไม่ถูกเผาไหม้จะปรากฏเป็นสีเขียวอ่อน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ไฟป่าเผาไหม้ครอบคลุมพื้นที่ 1 ล้านเอเคอร์ (4,000 ตารางกิโลเมตร) ทำลายโครงสร้างต่างๆ มากกว่า 2,000 แห่ง และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย ไฟป่าที่ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings