When Speaking Truth to Power Triggers a Green Backlash

The SLAPP lawsuit against Witoon Lianchamroon, director of the BioThai Foundation, by a powerful agro-food corporation over the spread of invasive blackchin tilapia across multiple Thai provinces is more than a legal case. It is a textbook example of how speaking truth to power can rattle corporate giants that not only dominate food systems but […]

แถลงการณ์ของผู้สังเกตการณ์อิสระในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับคำตัดสินในคดีของกรีนพีซ

เรียบเรียงจาก https://www.trialmonitors.org/statement-of-independent-trial-monitors-on-verdict-in-greenpeace-trial?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTEAAR3Lt7PRGs3WpQM5MHHznBYMJvJOf6hbAnt57Mxa9hXBHKoqFy-zSG5RNbw_aem_5cDyf16XDdX-8qZKmwI5ag เป็นการประเมินร่วมกันของเราว่า คำตัดสินของคณะลูกขุนต่อกรีนพีซในรัฐนอร์ทดาโคตาสะท้อนถึงกระบวนการพิจารณาคดีที่มีข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง และมีการละเมิดกระบวนการยุติธรรมหลายประการ ซึ่งส่งผลให้กรีนพีซไม่ได้รับโอกาสในการนำเสนอการป้องกันคดีที่ครบถ้วน ทนายความในทีมของเราได้ติดตามทุกช่วงของการพิจารณาคดีและพบว่ามีการละเมิดกระบวนการยุติธรรมหลายครั้ง ซึ่งทำให้กรีนพีซถูกลิดรอนสิทธิ์ในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึงคณะลูกขุนที่โน้มเอียงอย่างเห็นได้ชัดต่อ Energy Transfer โดยมีสมาชิกหลายคนทำงานในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ผู้พิพากษาที่ขาดประสบการณ์และความรู้ทางกฎหมายที่จำเป็นในการตัดสินประเด็นซับซ้อนเกี่ยวกับบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 (First Amendment) และหลักฐานสำคัญในคดีรวมถึงถ้อยแถลงที่ปลุกปั่นและมีอคติจากทนายความของ Energy Transfer ซึ่งพยายามทำให้กรีนพีซและโดยขยายไปถึงขบวนการเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศทั้งหมด กลายเป็นอาชญากร ด้วยการโจมตีกิจกรรมรณรงค์ที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ความกังวลของเราว่าคดีนี้เป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดปากการมีส่วนร่วมสาธารณะ (SLAPP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากบรรษัทอย่างไม่ชอบธรรม ได้รับการยืนยันจากการสังเกตการณ์ของเรา เราจะเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ที่บันทึกการละเมิดกระบวนการยุติธรรมและข้อบกพร่องที่สำคัญในคดีนี้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำตัดสินแล้ว แต่คดีนี้ยังไม่จบสิ้น กรีนพีซมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดของรัฐนอร์ทดาโคตา และในที่สุดอาจไปถึงศาลสูงสุดของสหรัฐฯ คณะกรรมการของเราจะยังคงติดตามคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนี้ต่อไป เนื่องจากประเด็นที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสิทธิของนักเคลื่อนไหวทุกคนในประเทศ — Marty Garbus | Natali Segovia | Jeanne Mirer | Terry Collingsworth | Steven Donziger | Nadia Ahmad | Scott Wilson Badenoch, […]

Energy Transfer คุณไม่อาจฟ้องปิดปากนักรบสายรุ้ง

เขียนโดย Stephen Kretzmann ผู้เป็นประจักษ์พยานต่อความโลภและอาชญากรรมของอุตสาหกรรมน้ำมันทั่วโลกมาตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1988 ถึง 1996 เขาทำงานกับ Greenpeace และในปี 2005 เขาได้ก่อตั้งองค์กร Oil Change International Greenpeace องค์กรสิ่งแวดล้อมระดับโลกกำลังถูกดำเนินคดีในนอร์ทดาโคตา Energy Transfer บริษัทท่อส่งน้ำมันและก๊าซได้แต่งเรื่องขึ้น (จริง ๆ นะ) ว่า Greenpeace เป็นผู้วางแผนและอยู่เบื้องหลังการประท้วงครั้งประวัติศาสตร์ต่อต้านโครงการ Dakota Access Pipeline (DAPL) ที่ Standing Rock, นอร์ทดาโคตา คุณอาจจำได้ว่า การต่อสู้ครั้งนั้นในปี 2016 เป็นการปะทะกันระหว่าง “ผู้ปกป้องสายน้ำ” และตำรวจติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทรักษาความปลอดภัยของเอกชน พร้อมกับการเรียกร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วว่า Mni Wiconi (น้ำคือชีวิต) แนวคิดที่ว่า Greenpeace เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้แน่นอนว่าเป็นเรื่องไร้สาระอย่างสิ้นเชิง แต่ Energy Transfer กำลังเดิมพันว่าคณะลูกขุนในนอร์ทดาโคตาจะเชื่อง่าย ๆ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings