5 สิงหาคม 2552

เมืองท่าเซวาสโทพอลตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของยูเครนบนคาบสมุทรไครเมีย เมืองนี้เป็นฐานทัพเรือที่สำคัญเนื่องจากมีทางเข้าและอ่าวจำนวนมากตลอดแนวชายฝั่ง ในช่วงสงครามเย็น เมืองนี้เป็นฐานของกองเรือทะเลดำของโซเวียต ต่อมา เป็นทั้งของกองเรือยูเครนและรัสเซีย เศรษฐกิจหลักของเมืองขึ้นอยู่กับการค้าและการต่อเรือ แต่เซวาสโทพอลยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว และรีสอร์ทยอดนิยมของผู้มาเยือนจากเครือจักรภพของประเทศเอกราช (ที่ก่อตั้งจากอดีตสหภาพโซเวียต)

ภาพถ่ายของนักบินอวกาศที่แสดงด้านบน เราสามารถเห็นแนวชายฝั่งเว้าแหว่งของคาบสมุทรไครเมียตอนใต้และพื้นที่ท่าเทียบเรือต่างๆ ของเซวาสโทพอล พื้นที่เมืองแสดงเป็นสีเทาอ่อน และล้อมรอบด้วยทะเลดำด้านทิศเหนือและทิศตะวันตก ทิศใต้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม (สีเขียวอ่อน) และทุ่งเกษตรกรรมที่รกร้าง (สีแทน) และด้านทิศตะวันออกของเมืองอินเคอร์มันและที่ราบสูงเป็นพรรณพืชต่างๆ (สีเขียวเข้ม) ทางตอนใต้ของเมืองบาลาคลาวาเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานแห่งสงครามเย็นอีกแห่งหนึ่ง—ฐานทัพเรือดำน้ำใต้ดินของสหภาพโซเวียตที่ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้เป็นอนุสรณ์สถาน แม่น้ำเชอร์นายาไหลลงสู่ทะเลดำใกล้กับอินเคอร์แมน เชื่อมต่อกับปากน้ำเซวาสโทพอลทางทิศตะวันตก

Astronaut photograph ISS020-E-28072 was acquired on August 5, 2009, with a Nikon D3 digital camera fitted with a 400 mm lens, and is provided by the ISS Crew Earth Observations experiment and Image Science & Analysis Laboratory, Johnson Space Center. The image was taken by the Expedition 20 crew. The image in this article has been cropped and enhanced to improve contrast. Lens artifacts have been removed. The International Space Station Program supports the laboratory to help astronauts take pictures of Earth that will be of the greatest value to scientists and the public, and to make those images freely available on the Internet. Additional images taken by astronauts and cosmonauts can be viewed at the NASA/JSC Gateway to Astronaut Photography of Earth. Caption by William L. Stefanov, NASA-JSC.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading