วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 นี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คนกรุงเทพฯ ก็จะได้เห็นผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ รวมถึงสมาชิกสภา กทม. ชุดใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้ง

นโยบายที่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ใช้หาเสียง จะทำได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 49 ที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนโยบายและบริหารเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย และการบริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย

อันหลังนี่น่าสนใจ เกี่ยวข้องกับการที่ กทม.ต้องมีการปรับปรุงแผนพัฒนา 20 ปี (2556-2575) ที่ทำขึ้นในช่วงอดีตผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ ที่โดนถอดถอนโดย คสช. มาเป็นแผนพัฒนา 20 ปี ที่ล้อไปกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สมัยอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ ที่ถูกแต่งตั้งโดย คสช.

ในแผนพัฒนา 20 ปีนั้น มีแผนการจัดการขยะใน กทม. คือ การสร้างโรงไฟฟ้าขยะ(waste-to-energy) เพิ่มขึ้นรวมทั้งหมดเป็น 3,500 ตันต่อวัน ภายในปี 2575 แผนนี้มาพร้อมๆ กับการที่ “บิ๊กตู่” สะบัดปากกาลงนามในประกาศ คสช.ยกเว้น “ผังเมืองรวม” ใน 5 กิจการ เอื้อให้โรงไฟฟ้าขยะผุดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ แถมสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ยืนยันว่ามี “ประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ ซีโอพี (Code of Practice : CoP)” ควบคุม

ประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ ซีโอพี (Code of Practice : CoP) ห่วยแตกยังไงให้ดูกรณีการจัดการมูลฝอยชุมชนด้วยเทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (MBT) ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ส่วนโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 500 ตันต่อวัน ซึ่งอ้างว่าเป็นโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมซึ่งก่อสร้างและบริหารงานโดยบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้สัญญารับจ้างกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผาของกรุงเทพมหานครนั้นก็ยังไม่เห็นกรมควบคุมมลพิษมีรายงานการติดตามตรวจสอบเรื่องการปล่อยมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งไดออกซิน ปรอทและฝุ่น PM2.5 และเผยแพร่ข้อมูลออกสู่สาธารณะ

อย่าลืมว่า โรงไฟฟ้าขยะเป็นแหล่งปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตัวพ่อ ความเข้มข้นของการปล่อยนั้นมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 1.7 เท่า ล่าสุดมีการวิจัยพบว่า การเผาขยะทำให้ปัญหาไมโครพลาสติกรุนแรงมากขึ้น โดยจะพบอนุภาคไมโครพลาสติกมากถึง 102,000 อนุภาคต่อตันของขยะที่ถูกเผา

ขณะนี้ สหภาพยุโรปได้ยกเว้นการเผาขยะจากรายการสนับสนุนทางการเงินที่ยั่งยืน ส่วนในสหรัฐอเมริกา ไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าขยะแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 2550 โครงการโรงไฟฟ้าขยะกลับขยายเพิ่มขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา—โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย แทนที่งบประมาณจัดการขยะจะนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม วิสาหกิจเพื่อสังคมและสร้างการจ้างงานที่มีคุณค่า(decent jobs)ให้กับชุมชนท้องถิ่น กลุ่มซาเล้ง และคนจนเมือง เงินที่มาจากภาษีของประชาชนกลับไหลเข้าสู่กระเป๋าของกลุ่มทุนและมาเฟียขยะ

ญี่ปุ่นนี่ตัวดีเลย ส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าขยะผ่านโครงการพัฒนาระหว่างประเทศมาเป็นเวลานานมาก ธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี อย่าง ธนาคารเอดีบี และธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียที่มีจีนเป็นหัวหอกก็มีเงินสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าขยะในเอเชีย

ทีนี้ คำถามคลาสิก ถ้าไม่เผาขยะ จะจัดการยังไงกับ “ขยะล้นเมือง” ก่อนจะตอบคำถามนี้ สิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จะต้องทำคือไปดูงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะของ กทม. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเสียก่อนว่า เอาไปใช้ทำอะไร ใครคือเสือนอนกินของงบประมาณจัดการขยะ มันกลับหัวกลับหางกับวิสัยทัศน์ “ขยะเหลือศูนย์(Zero Waste)”ปลอมๆ ของ กทม. อย่างยิ่ง

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading