Taragraphies — Header Component
contains modified Copernicus Sentinel data (2020-22), processed by ESA, CC BY-SA 3.0 IGO

ภัยแล้งที่ทำลายสถิติทำให้บางส่วนของแม่น้ำแยงซีแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เส้นทางเดินเรือ จำกัดการจัดหาน้ำดื่ม และแม้แต่พระพุทธรูปที่จมอยู่ใต้น้ำก่อนหน้านี้ก็โผล่ขึ้นมา

แม่น้ำแยงซีเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของจีน คือแหล่งน้ำของชาวจีนมากกว่า 400 ล้านคน ฤดูร้อน 2565 นี้มีระดับน้ำต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปริมาณน้ำฝนในลุ่มน้ำแยงซีเกียงต่ำกว่าปกติประมาณ 45% ของแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาหลายสายแห้งเหือด น้ำเหนือเขื่อนผลิตไฟฟ้าหลายแห่งของจีนลดน้อยลง ก่อปัญหาในมณฑลเสฉวนซึ่งพึ่งไฟฟ้า 80% จากเขื่อนพลังน้ำ

ภาพที่บันทึกโดยภารกิจ Copernicus Sentinel-2 แสดงการเปรียบเทียบแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำ Jialing ใกล้ เมืองฉงชิ่ง(Chongqing) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติจะเพิ่มการระเหยของน้ำในแม่น้ำและเมื่อไม่มีปริมาณน้ำฝนส่งผลให้น้ำลดลง ซึ่งอธิบายความแตกต่างของสีที่สำคัญของแม่น้ำแยงซีจากภาพดาวเทียมที่บันทึกได้เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2565 นอกจากนี้ พื้นที่หลายส่วนของแม่น้ำที่แห้งเหือดสามารถมองเห็นได้ทางตะวันตกของฉงชิ่ง

แม่น้ำสายสำคัญทั่วโลกกำลังแห้งเหือดเนื่องจากคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติรวมถึงแม่น้ำไรน์และแม่น้ำโปในยุโรปและแม่น้ำโคโลราโดในสหรัฐอเมริกา

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading