Figure 1: Average Daily Rainfall and Mean Winds for October 2023. (Source: JAXA GsMaP and GFS, respectively)

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสภาวะลมระหว่างมรสุม (inter-monsoon conditions) ปลายเดือนตุลาคม 2566 เมื่อมรสุมเคลื่อนตัวเข้าหาเส้นศูนย์สูตร ลมที่พัดผ่านก็อ่อนกำลังลงและเบาบางและแปรปรวนเหนือบริเวณเส้นศูนย์สูตร (รูปที่ 1) ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม ขณะเดียวกัน พายุไต้ฝุ่นโคอินุทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงพัดปกคลุมพื้นที่ตอนเหนือของฟิลิปปินส์

สภาพอากาศแห้งยังคงมีให้เห็นในพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคอาเซียนตอนใต้ในช่วงครึ่งแรกของเดือนตุลาคม 2566 โดยพบหมอกควันปานกลางถึงหนาทึบเป็นส่วนใหญ่ทางตอนใต้และตอนกลางของเกาะสุมาตรา รวมไปถึงตอนใต้และตอนกลางของกาลิมันตัน

Figure 2 : Number of days with moderate to dense smoke haze observed in October 2023 based on satellite imagery, ground observations, and air quality reports.

ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2566 มีฝนตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ทางใต้ของกาลิมันตันและสุมาตราตอนใต้ ซึ่งช่วยให้สถานการณ์การเกิดไฟและหมอกควันดีขึ้น เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ระดับการแจ้งเตือน ASMC สำหรับภูมิภาคอาเซียนตอนใต้ถูกลดระดับลงเป็นระดับการแจ้งเตือน 1 เนื่องจากความเสี่ยงของหมอกควันข้ามพรมแดนลดลง ภาคเหนือของภูมิภาคอาเซียนมีอากาศชื้นปกคลุม

Figure 3 : Average Daily Rainfall and Mean Winds for October 2022. (Source: JAXA GsMaP and GFS, respectively)

สภาวะมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะลมระหว่างมรสุมช่วงปลายเดือนตุลาคม 2565 เนื่องจากฝนแห่งมรสุมเคลื่อนผ่านเส้นศูนย์สูตรและลมที่พัดปกคลุมภูมิภาคอาเซียนบริเวณเส้นศูนย์สูตรค่อยๆ ลดกำลังลง เบาบางขึ้น และผันผวน(รูปที่ 3)

สภาวะฝนปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคอาเซียนในเดือนตุลาคม 2565 ยกเว้นบางส่วนของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม พายุไต้ฝุ่นเนสาดขึ้นฝั่งในฟิลิปปินส์ และส่งผลให้มีฝนตกหนักทางตอนเหนือของประเทศ และยังทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นทั่วภาคกลางของเวียดนาม ผลจากการที่พายุอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อนขึ้นฝั่ง (รูปที่ 3) ภูมิภาคอาเซียนตอนใต้เผชิญกับสภาพฝนชุกอย่างต่อเนื่อง และมีการออกการแจ้งเตือนระดับ 0 สำหรับภูมิภาคเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading