8 – 10 ตุลาคม 2567

พายุเฮอริเคนมิลตันพัดถล่มชายฝั่งตะวันตกตอนกลางของฟลอริดาในตอนเย็นของวันที่ 9 ตุลาคม 2567 เป็นพายุเฮอริเคนระดับ 3 ตัวหลักที่ขึ้นชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าวแทมปา พายุเฮอริเคนทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกำลังแรงที่สร้างความเสียหาย และคลื่นกระทกฝั่งที่คุกคามชีวิต จากรายงานของศูนย์พายุเฮอริเคนแห่งชาติ

แอนิเมชั่นด้านบนนี้แสดงให้เห็นถึง Milton ในวันก่อน ระหว่าง และหลังหายนะครั้งใหญ่ต่อรัฐฟลอริดา ภาพแสดงสัญญาณอินฟราเรดที่เรียกว่าอุณหภูมิความสว่าง ซึ่งมีประโยชน์สําหรับการแยกแยะโครงสร้างเมฆที่เย็นกว่า (สีขาวและสีม่วง) จากพื้นผิวที่อบอุ่นด้านล่าง (สีเหลืองและสีส้ม) ข้อมูลสําหรับแอนิเมชั่นมาจากเครื่องมือ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) และ VIIRS (Visible Infrared Imaging Radiometer Suite) บนดาวเทียม NASA และ NOAA หลายดวง

เนื่องจากข้อมูลอินฟราเรดขึ้นอยู่กับอุณหภูมิมากกว่าแสงที่มองเห็นได้ เราสามารถบันทึกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แอนิเมชั่นนี้แสดงภาพทั้งกลางวันและกลางคืน เริ่มเวลา 15:35 น. เวลาตะวันออก (19:35 น. เวลาสากล) ในวันที่ 8 ตุลาคม และสิ้นสุดเวลา 03:08 น. เวลาตะวันออก (07:08 เวลาสากล) ในวันที่ 10 ตุลาคม

ก่อนบันทึกภาพนี้ มิลตันเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 4 ที่มีลมแรง 155 ไมล์ (250 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ในไม่ช้าก็เพิ่มกำลังขึ้นเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 5 จากนั้นก็อ่อนกําลังลงเป็นระดับ 3 ที่ยังมีพลังแรงอยู่ก่อนที่จะขึ้นฝั่งในวันที่ 9 ตุลาคม พายุเฮอริเคนมิลตันยังคงมีความรุนแรงและหมุนเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วขณะข้ามรัฐฟลอริดาและอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตกเป็นพายุระดับ 1 โดยมีลมแรง 85 ไมล์ (140 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมงตามภาพเคลื่อนไหวนี้ในวันที่ 10 ตุลาคม

8 ตุลาคม 2567

ในเช้าวันที่ 8 ตุลาคม 2567 นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถ่ายภาพพายุเฮอริเคนมิลตันนี้ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านอ่าวเม็กซิโกเป็นพายุระดับ 4

NASA เปิดระบบ DRCS เพื่อใช้งานสนับสนุนหน่วยงานที่รับมือกับพายุ รวมถึงหน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินของรัฐบาลกลาง (FEMA) และสํานักงานข้อมูลเชิงพื้นที่ของฟลอริดา ทีมงานจะโพสต์แผนที่และผลิตภัณฑ์ข้อมูลบนพอร์ทัลการทําแผนที่แบบเปิดเมื่อมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับน้ําท่วม ไฟฟ้าดับ ยอดรวมปริมาณน้ําฝน และอื่นๆ

NASA Earth Observatory images by Michala Garrison, using MODIS and VIIRS data from NASA EOSDIS LANCE and GIBS/Worldview and the Joint Polar Satellite System (JPSS). Astronaut photograph ISS072-E-29325 was acquired on October 8, 2024, with a Nikon Z 9 digital camera using a 50 millimeter lens and is provided by the ISS Crew Earth Observations Facility and the Earth Science and Remote Sensing Unit, Johnson Space Center. The image was taken by a member of the Expedition 72 crew. The image has been cropped and enhanced to improve contrast, and lens artifacts have been removed. The International Space Station Program supports the laboratory as part of the ISS National Lab to help astronauts take pictures of Earth that will be of the greatest value to scientists and the public, and to make those images freely available on the Internet. Additional images taken by astronauts and cosmonauts can be viewed at the NASA/JSC Gateway to Astronaut Photography of Earth. Story by Kathryn Hansen.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading