Help Mexico

เราจะพยายามอธิบายสถานการณ์ในเม็กซิโกเพื่อให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น ทั้งที่มันเป็นเรื่องยาก

นักเรียน 43 คนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดยตำรวจที่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มอาชญากร

เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว

เมื่อประธานาธิบดีคนก่อน

เฟลิเป คาลเดอรอน ประกาศสงคราม

ผู้คนนับแสนได้ล้มตาย และผู้คนอีกนับหมื่นหายสาบสูญ

เม็กซิโกเป็นประเทศหนึ่งที่อันตรายที่สุดในโลกสำหรับสื่อมวลชนและผู้หญิง

สื่อมวลชนหลายร้อยคนถูกสังหารในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่ามีใครบางคนกลัวผู้ที่พยายามจะบอกความจริง

และอย่าลืมว่า….มีผู้หญิงหลายสิบคนถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมทุกวัน

และ 80 % ของอาชญากรรมทั้งหมดนี้ ยังไม่ได้รับการสะสาง

และหากคุณเป็นคนเม็กซิกันและคุณเคยถูกจี้ ถูกลักพาตัว ถูกล่วงเกิน ถูกข่มขืน หรือสูญเสียคนที่คุณรักจากอาชญากรรม

แล้วคุณจะก็รู้ว่าตำรวจไม่ได้ด๋อยอะไรเลย

โอเค บางคนอาจบอกว่า

เลิกบ่นเสียที

ทำอะไรสักอย่างกับมัน

นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำ

เราไม่ได้ทำอะไรเลยในวันที่เด็ก ๆ 49 คนถูกเผาจนตาย และอีก 76 คนได้รับบาดเจ็บที่ซาโนรา

มีคนถูกฆาตกรรม 22 คนที่ตลัทลายา, 45 คนที่อัคตีล และ 17 คนที่อาโกล บลังกาส

ในทุกกรณีรัฐจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง

หากเราต้องการจะเปลี่ยนแปลง เราจะต้องทำให้ผู้คนตระหนักถึงสิ่งนี้…สร้างการรับรู้ให้มากขึ้น

เราทำสิ่งนี้ด้วยการกระจายข่าวออกไป

เราต้องประกาศชื่อ อาโยทินนาปา ไปทุกหนทุกแห่ง

นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ

หากรัฐบาลไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ พวกเขาจะต้องลาออก

อย่าลืมว่าเราจ่ายเงินเดือนให้พวกเขา พวกเขาคือลูกจ้างของเรา พวกเขามักจะลืมสิ่งนี้

เราต้องสร้างสถาบันพลเมืองเพื่อตรวจสอบรัฐ และเรานำแนะให้คนทั่วโลกทำสิ่งเดียวกันนี้

หากเราต้องการความยุติธรรมสำหรับ อาโยทินนาปา เราจะต้องหานักเรียนทั้ง 43 คนที่หายไป และพวกเขาจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย

ไม่ว่ารัฐบาลเม็กซิกันจะแถลงให้คำตอบออกมาอย่างไร สิ่งนี้จะต้องพิสูจน์ได้ตามกระบวนการทางกฏหมายและวิทยาศาสตร์

รับรองโดยทีมชันสูตรอิสระจากอาเจนตินา

รัฐบาลต้องสร้างและดูแลโรงเรียนให้ครูในพื้นที่ชนบทอย่างต่อเนื่อง นักโทษทางการเมืองทั้งหมดต้องได้รับอิสรภาพ

เราเรียกร้องคนทั่วโลกให้กดดันรัฐบาลของพวกเขาระงับข้อตกลงทั้งหมดกับเม็กซิโก จนกระทั่งพวกเขาจะแสดงความรับผิดชอบ

จะไม่มีการใช้อำนาจอย่างเป็นปรปักษ์ต่อสังคม

รัฐบาลอาจไม่แยแสกับพวกเรา แต่พวกเราห่วงใยซึ่งกันและกัน

(แปลภาษาไทยโดยวัชระพล แดงสุภา และกรวรรณ บัวดอกตูม)

The Politics of Park Design

IMG_6030

-Galen Cranz, The Politics of Park Design: A History of Urban Parks in America-

ทัศนคติร่วมสมัยต่อสวนสาธารณะในเมืองแบ่งออกได้เป็น 3 ประการ

ประการแรก เป็นสมมุติฐานที่ดูโง่เขลาที่สุด คือ สวนสาธารณะเป็นเพียงแค่แปลงที่ดินที่เก็บไว้ในสภาพเดิม ถ้าจะคุยกันเรื่องนี้แล้วละก็ คนธรรมดาสามัญหลายต่อหลายคนก็จะคิดในทำนองนี้ คือสวนสาธารณะคือส่วนเล็กๆของธรรมชาติที่สร้างขึ้นในความรู้สึกที่ว่ามันไม่ควรที่จะสร้างบนที่ดินนั้น หลายต่อหลายคนก็ประหลาดใจที่เรียนรู้ว่าสวนสาธารณะเป็นวัตถุที่ได้รับการพิจารณาอย่างจงใจว่าเป็นสิ่งก่อสร้างสาธารณะ ทั้งในแง่ของรูปทรงทางกายภาพและการใช้ประโยชน์ทางสังคม

ประการที่สอง เป็นลักษณะที่รับรู้มากขึ้น คือสวนสาธารณะเป็นเรื่องของสุนทรียภาพและเราเข้าใจถึงประวัติความเป็นมาของมันจากพัฒนาการของความเป็นอิสระของการพิเคราะห์ทางสังคมในเชิงศิลป์

ประการที่สาม เป็นมุมมองที่ว่าแต่ละองค์ประกอบของสวนสาธารณะในเมืองแสดงถึงยุทธศาสตร์ของนักวางแผนเพื่อการปฏิรูปทางสังคมและคติธรรม เพื่อว่าในปัจจุบัน ดังเช่นในอดีต พลเมืองผู้มาเยี่ยมชมสวนสาธารณะนั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบทเรียนแห่งคติธรรมที่ถูกสั่งสมมา