โลกนี้ต้องมีข้อตกลงสากลว่าด้วยมลพิษพลาสติก
ความสนใจเรื่องวิกฤตพลาสติกในมหาสมุทรของผมเริ่มจากการที่ SoulBuffalo องค์กรของเราได้จัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยพลาสติกในมหาสมุทรซึ่งมีทั้งนักเคลื่อนไหวและภาคอุตสาหกรรมขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคมปี 2019 ลองนึกภาพการประชุมสุดยอดผู้นำอาวุโส 165 คนจากโคคา-โคลา(Coca-Cola), ดาวน์ เคมิคอล(Dow), กรีนพีซ(Greenpeace), สภาอุตสาหกรรมเคมีแห่งสหรัฐอเมริกา(American Chemistry Council), ธนาคารโลก(WB), กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) และตัวแทนของกลุ่มผู้คัดแยกขยะนอกระบบ( 15 ล้านคนทั่วโลก) มาอยู่ด้วยกันบนเรือ ณ ใจกลางแพขยะแอตแลนติกเป็นเวลา 4 วัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้มีกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภารกิจของผมคือนำพวกเขามารวมกัน ณ ที่ใจกลางของวิกฤตเพื่อจุดชนวนความสัมพันธ์ใหม่และเร่งลงมือปฏิบัติ เราดำน้ำตื้นด้วยกันในทะเลพลาสติก และเป็นเจ้าภาพการสนทนาที่ขยายขอบเขตออกไประหว่างผู้นำที่ปกติแล้วจะไม่ได้นั่งในห้องประชุมเดียวกัน เราเห็นความย้อนแย้งของพลาสติกอย่างใกล้ชิด เป็นวัสดุที่น่าพิศวงส่วนหนึ่ง การทำลายสิ่งแวดล้อมอีกส่วนหนึ่ง การที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง พลาสติกถนอมอาหารไม่เหมือนวัสดุอื่น ถึงกระนั้น พลาสติกแตกออกเป็นไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติกซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ทุกหนทุกแห่งบนโลกตั้งแต่มหาสมุทรที่ลึกที่สุดไปจนถึงร่างกายของเราเอง ทุกๆ วัน พลาสติกหลุดออกสู่สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเราในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน เปรียบดังรถบรรทุก 1 คัน ทิ้งขยะพลาสติกทุกๆ นาทีลงในมหาสมุทร ดังที่ผมเขียนลงใน Scientific American ฉบับเดือนสิงหาคม โรคระบาดยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง หน้ากากที่ผลิตออกมาในแต่ละปีนั้นเพียงพอจะนำมาต่อกันเพื่อครอบคลุมสวิตเซอร์แลนด์ได้ทั้งประเทศ เผชิญหน้ากับความเป็นจริงนี้ร่วมกันในเขตแพขยะแห่งแอตแลนติก(Atlantic Garbage […]
พินิจปี 2563 สู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นธรรมหลังโควิด-19
ปี 2563 เป็นปีหลากวิกฤต(crisis year) ทั้งโรคระบาดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และผลกระทบต่อเนื่องทบทวีคูณของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ที่มาบรรจบกัน Covid-19 เผยให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของโลกที่เราอาศัยอยู่ ขณะที่ “แนวทางตามปกติ(business as usual)” ถูกตั้งคำถาม บทความของคณะกรรมการเฉพาะกิจระหว่างรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services หรือ IPBES) เน้นย้ำว่า “โรคระบาดครั้งล่าสุดนี้เป็นผลพวงโดยตรงจากกิจกรรมของมนุษย์ภายใต้ระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยึดถือการแสวงหากำไรและผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยไม่แคร์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ในบริบทของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เราได้เห็นสภาวะอุณหภูมิสุดขั้วทั้งบนแผ่นดิน ในทะเล/มหาสมุทร และโดยเฉพาะในอาร์กติก เหตุการณ์ไฟป่าล้างผลาญภูมิทัศน์ทางธรรมชาติทั้งในออสเตรเลีย ไซบีเรีย ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ ได้ส่งละอองลอย(aerosol) ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและเคลื่อนตัวไปรอบโลก พายุเฮอริเคนแห่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่ทุบสถิติ รวมถึงพายุหมุนเขตร้อนระดับ 4 อย่างเป็นประวัติการณ์ในอเมริกากลาง อุทกภัยในบางส่วนแอฟริกา เอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำให้ผู้คนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ และบั่นทอนความมั่นคงทางอาหารของคนนับล้าน นอกจากปี 2563 จะมีแนวโน้มเป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการบันทึกมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยังระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2563 นี้จะเพิ่มเป็น 1.2 องศาเซลเซียสเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (พ.ศ. 2393-2443) […]
ความท้าทายและวิกฤตมลพิษพลาสติกของประเทศไทย
ธารา บัวคำศรี ดังที่รับรู้กันว่า รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินมาตรการตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 โดยยกเลิกพลาสติกใช้แล้วทิ้งซึ่งรวมถึงถุงพลาสติกหูหิ้วนับตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา และมุ่งลดขยะพลาสติกลงร้อยละ 30 ภายในสิ้นปี 2563 นี้ แต่การแพร่ระบาดของ Covid-19 และผลจากมาตรการล็อกดาวน์ได้ผลิกผันสถานการณ์ขยะพลาสติกในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่าปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นจาก 2,120 ตันต่อวันในปี 2562 เป็น 3,440 ตันต่อวัน ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2563 เฉพาะเดือนเมษายนอย่างเดียว การเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติกคิดเป็นเกือบร้อยละ 62 ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้จะกล่าวกันว่า พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เราต้องไม่ลืมว่า ขยะพลาสติกคือปัญหามลพิษ(plastic pollution) ไม่ใช่ปัญหาขยะ และเราต้องเน้นการแก้ปัญหาตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์พลาสติกตั้งแต่การผลิตไปจนถึงเมื่อพลาสติกหมดอายุการใช้งาน บทความนี้จะชี้ให้เห็นว่า มีความท้าทายประการใดและสิ่งที่จะต้องทำคืออะไร หากสังคมไทยต้องการจะปลดแอกจากวิกฤตมลพิษพลาสติก (break free from plastic pollution) ความท้าทาย : รัฐบาลขาดความมุ่งมั่นและเจตจำนงทางการเมือง จริงอยู่ที่รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการภายใต้ Roadmap […]
อนาคตไม่ได้อยู่ที่พลาสติก : ทำไมการเพิ่มการใช้พลาสติกไม่อาจกอบกู้อุตสาหกรรมน้ำมัน
ที่มา : https://carbontracker.org/reports/the-futures-not-in-plastics/ อุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีฝากอนาคตอันรุ่งเรืองและการขยายตัวไว้กับความต้องการใช้พลาสติก แต่ความต้องการใช้พลาสติกมีแนวโน้มมาถึงจุดสูงสุดเมื่อโลกของเราเริ่มมีการเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจพลาสติกแบบที่เป็นเส้นตรงไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและรัฐบาลประเทศต่างๆ ลงมือเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ นี่เป็นนัยยะสำคัญต่อความต้องการใช้น้ำมันที่มาถึงจุดสูงสุดและค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวนมหาศาลของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นทรัพย์สินที่สร้างภาระ(stranded asset) การคาดการณ์โดยบริษัทบริติชปิโตรเลียมและองค์การพลังงานระหว่างประเทศเห็นว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นส่วนสำคัญของการทำเกิดความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้นราว 95% and 45% ตามลำดับ ต้นทุนจริงของพลาสติก พลาสติกมีต้นทุนผลกระทบภายนอกที่สังคมต้องแบกรับ รายงานนี้ประเมินว่าอยู่ที่ราว 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน (350 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี) จากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นทุนด้านสุขภาพ ค่าใช้จ่ายในการเก็บรวมรวมและมลพิษพลาสติกในทะเล ต้นทุนผลกระทบภายนอกของพลาสติก (เหรียญสหรัฐฯ) ที่มา : EPA, CREA, WHO, UNEP, CT estimates, SYSTEMIQ แนวทางแก้ปัญหาในทางเทคโนโลยี มีแนวทางแก้ปัญหา 3 แนวทางหลัก คือ ลดความต้องการใช้พลาสติกผ่านการออกแบบที่ดีขึ้นและกฏเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ ; การทดแทนด้วยวัสดุที่ยั่งยืน และการเพิ่มศักยภาพการรีไซเคิล ทำไมต้องทำเดี๋ยวนี้? ผู้กำหนดนโยบายในยุโรปและจีนกำลังดำเนินมาตรการทางกฏหมายที่เข้มงวดขึ้นโดยใช้เครื่องมือ 5 ชนิด คือ การเก็บภาษี กฏเกณฑ์ในการออกแบบ การแบนพลาสติก การตั้งเป้าหมายลดใช้พลาสติก และการจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ สภาวะช็อกจาก […]
