วิกฤตสภาพภูมิอากาศเติมเชื้อให้ไฟป่ารุนแรงขึ้นและขยายวงมากขึ้นอย่างไร

เรียบเรียงจาก https://insideclimatenews.org/news/10012025/misinformation-spreads-like-wildfire-as-los-angeles burns/utm_source=InsideClimate+News&utm_campaign=7214c5114d-EMAIL_CAMPAIGN_2025_01_11_02_11&utm_medium=email&utm_term=0_29c928ffb5-7214c5114d-330229530 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ก่อให้เกิด “ความผันผวนของสภาพอากาศ” ทั่วแคลิฟอร์เนียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และแบบแผนของกระแสลมในแถบนี้ ในช่วงปี 2020 ถึง 2022 ภัยแล้งรุนแรงได้ปกคลุมภูมิภาคนี้ สองปีถัดมาสภาพอากาศกลับสู่ปกติ โดยปี 2023 มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นถึง 10 นิ้วเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปีปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียกลับมาเผชิญสภาพแห้งแล้งเป็นประวัติการณ์ ทำให้พืชพรรณที่เติบโตในช่วงปีที่ชุ่มชื้นแห้งเหือดและพร้อมจะติดไฟได้ง่าย จากนั้น ลม Santa Ana ในภูมิภาค ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศอย่างสุดขั้วระหว่างความกดอากาศสูงใน Great Basin ทางทิศตะวันออก และความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ได้พัดรุนแรงด้วยความเร็วกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ลม Santa Ana มีแนวโน้มที่จะพัดในเดือนธันวาคมและมกราคมมากขึ้น แทนที่จะเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง สภาพเช่นนี้มีส่วนทำให้ฤดูไฟป่าในแคลิฟอร์เนียยาวนานขึ้นตลอดทั้งปี ทำให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่ได้แม้ในเดือนมกราคม “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเกิดไฟป่า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในระบบนิเวศของเรา แต่การลุกลาม จุดติดไฟ และการขยายตัวของไฟอาจเกิดขึ้นเร็วขึ้นมากอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซารา แมคทาร์นาแกน (Sara McTarnaghan) นักวิจัยหลักจากสถาบัน […]

ไฟเผาผลาญลอสแองเจลิสมีราคาโครตแพง

เปิดโปงตลาดประกันภัยของแคลิฟอร์เนียที่ล้มเหลว เรียบเรียงจาก The Los Angeles fires will be extraordinarily expensivehttps://www.economist.com/finance-and-economics/2025/01/10/the-los-angeles-fires-will-be-extraordinarily-expensivefrom The Economist ไฟป่าที่ลุกลามในแคลิฟอร์เนียตอนใต้อาจดูน่าตกใจ แต่ไม่น่าแปลกใจเลย ใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในย่านฮอลลีวูดฮิลส์ย่อมตระหนักถึงอันตรายนี้ และสำหรับผู้ที่หลงลืมไป การต่ออายุประกันรายปีของพวกเขาได้เตือนให้รู้ถึงความเสี่ยง พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาล ช่วงเวลาเช่นนี้บางครั้งก็ทำให้บรรยากาศในนครแห่งนางฟ้า (City of Angels) หม่นหมอง และบัดนี้ ภัยพิบัติที่เคยถูกคาดการณ์ไว้ได้มาถึงแล้ว ในช่วงเช้าของวันที่ 10 มกราคม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงต่อสู้กับเปลวไฟที่ได้ทำให้ผู้คนกว่า 180,000 คนต้องพลัดถิ่น และคร่าชีวิตไปแล้ว 10 ราย ขณะที่ลมแรงยังคงเป็นภัยคุกคามที่จะพัดเอาเศษไฟไปไกลขึ้นอีก แม้ว่าไฟป่านี้อาจยังอยู่ในช่วงต้น แต่มีแนวโน้มว่าจะเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด บ้านเรือนในย่านแปซิฟิกพาลิเซดส์ซึ่งยังคงมีไฟลุกไหม้ มีมูลค่าราว 4 ล้านดอลลาร์ต่อหลัง นักแสดงฮอลลีวูดจำนวนมากได้สูญเสียบ้านพักอาศัยไปแล้ว ขณะที่ทางตอนเหนือ ไฟป่าอีตันกำลังคุกคามย่านชานเมืองที่มีรายได้ต่ำกว่า ธนาคารเจพีมอร์แกนเชส (JPMorgan Chase) ประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงกว่า 50 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในจำนวนนั้นจะมีการคุ้มครองประกันประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์ ไฟป่าจะเผยให้เห็นถึงความล้มเหลวในตลาดประกันภัยของแคลิฟอร์เนียที่กำลังเสื่อมสภาพ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings