อียิปต์เตรียม COP27 ยังไง

ปธน.อียิปต์มอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ คุณ Sameh Shoukry เป็นประธาน COP27 อีเวนต์ระดับโลกที่จะมีขึ้นในเมือง #SharmElSheikh เมืองตากอากาศริมฝั่งทะเลแดงบนแหลมไซนายของอียิปต์ ตอน COP26 คนที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานคือ คุณ Alok Sharma ซึ่งลาออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ ฝ่ายยุทธศาสตร์ธุรกิจ พลังงานและอุตสาหกรรมของรัฐบาลสหราชอาณาจักร มาเตรียมงาน COP26 ที่กลาสโกว์แบบเต็มเวลา ในกรณีของคุณ Sameh Shoukry ไม่น่าจะลาออกจากตำแหน่ง แกมีเวลาเตรียมงาน COP27 น้อยมาก แต่รัฐบาลอียิปต์ก็ต้องลุยเต็มที่ในฐานะเจ้าภาพ ปธน. คงมั่นใจแกในฐานะเป็นนักการทูตมืออาชีพ Sameh Shoukry ดำรงตำแหน่ง รมต ต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2557 ก็ 8 ปีพอดี เท่าที่ทราบ(จากการสนทนากับเพื่อนกรีนพีซในแอฟริกาเหนือ) รัฐบาลอียิปต์ซึ่งขณะนี้ปกครองแบบอำนาจนิยมนั้นใช้นักการทูตหนักมากเพื่ออิงแอบและต่อรองกับกลุ่มประเทศตะวันตก อียิปต์ยังเป็นกลุ่มประเทศค้าขายอาวุธรายใหญ่ และพยายามเอาใจกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปโดยมีตรวจตราผู้ลี้ภัย(จากแอฟริกาเหนือ)ตามแนวชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ที่ผ่านมา ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ อียิปต์จะอยู่กับกลุ่มแอฟริกัน-อาหรับ ในการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศ อิยิปต์ยังอยู่ในกลุ่ม G77+จีน ต้องจับตาดูครับว่า จีนจะมาไม้ไหนในเวที COP27 ในการเจรจาที่ผ่านมา อียิปต์มีบทบาทนำในการผลักดันประเด็นการปรับตัว(Apdatation) […]

อียิปต์และ COP27

อียิปต์ เจ้าภาพการประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ UNFCCC COP27 ได้วางแผนอีเวนต์หลักและธีมของแต่ละวัน ตั้งแต่ 6-18 พฤศจิกายน 2565 เริ่มจาก World Summit Leader, Finance, Science, Youth and Future Generations, Decarbonization, Adaptation, Agriculture and Food System, Civil Society, Gender, Energy, Biodiversity, Solutions, Human Settlements. COP ครั้งสุดท้ายในทวีปแอฟริกามีขึ้นที่มาราเกซ โมร็อกโก (COP22) เช่นเดียวกับ COP27 ที่จะมีขึ้นที่เมืองชาร์ม เอล ชีค (หรือ “อ่าวแห่งชีค”) ของอียิปต์ COP ที่ UNFCCC จัดในแอฟริกา จะเกิดตามหลัง COP ที่มีขึ้นในทวีปยุโรป เห็นมีคนเชียร์ รมต.วราวุธ ให้ไทยรับเป็นเจ้าภาพ […]

จีน สหรัฐอเมริกาและ COP27

จีนและสหรัฐอเมริกามีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศรวมกันราว 40% ของทั้งโลก สองมหาอำนาจนี้มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และต้องลงมือทำร่วมกัน เพื่อมิให้โลกไปถึง climate endgame จีนเป็นแชมป์ปล่อย GHG แซงหน้าสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่ราวๆ ปี 2548 แต่เมื่อนับการปล่อย GHG สะสมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18-19 สหรัฐอเมริกาก็ยังเป็นแชมป์อยู่ดี เรื่องนี้ถูกหยิบยกเป็นประเด็นการเจรจาต่อรองอยู่เสมอว่าใครจะลดก่อนลดหลัง ลดมากลดน้อย ความเคลื่อนไหวของจีนที่ตัดความสัมพันธ์แบบทวิภาคีในเรื่อง climate change หลายฝ่ายออกมาโทษ ปธ.รัฐสภาสหรัฐ คุณเพโลซี ในฐานที่ไปกระตุกหนวดพญามังกรที่ไต้หวัน ก็ว่าไปครับ แต่เราต้องคิดเชิงวิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์กับการเมืองด้านสภาพภูมิอากาศ ความสัมพันธ์ที่เปราะบางแบบนี้มีมาเรื่อยๆ หนักบ้าง เบาบ้าง สหรัฐฯ และจีนกล่าวหากันและกันว่าไม่ลงมือทำมากพอเพื่อลด GHG เช่น จีนโจมตี “ความเห็นแก่ตัว” ของสหรัฐฯ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะนั้นยกเลิกการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในปี 2560 ในขณะที่โจ ไบเดน กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน “ทำผิดพลาดครั้งใหญ่” โดยไม่เข้าร่วม COP26 ที่กลาสโกว์ช่วงปลายปี 2564 […]

โอเอซิสรูปหัวใจ

ขณะอยู่ในวงโคจรเหนืออียิปต์ นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ได้ถ่ายภาพแอ่งรูปหัวใจที่ติดกับแม่น้ำไนล์และทะเลทรายตะวันตก แอ่งยุบตัวที่เรียกว่า Faiyum Oasis แผ่กระจายไปทั่วกว่า 1,200 ตารางกิโลเมตร (450 ตารางไมล์) และก่อตัวขึ้นจากพื้นทะเลสาบโบราณ Moeris การสร้างระบบชลประทานในพื้นที่บางส่วนของทะเลสาบ Moeris ในรัชสมัยของปโตเลมีที่ 2 เกิดพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีดินและน้ำอุดมสมบูรณ์เพื่อการเกษตร ปัจจุบันทะเลสาบน้ำเค็ม Qarun (Birket Qarun) ซึ่งอยู่บริเวณชายขอบด้านเหนือของที่ลุ่มเป็นส่วนที่เหลืออยู่ของทะเลสาบ Moeris ความเค็มของทะเลสาบ Qarun เกิดจากอัตราการระเหยที่สูงในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ฟาร์มและสวนผลไม้เติบโตในพื้นที่แอ่งที่ยุบตัวลงและแนวชายฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ หย่อมสีเทาเล็กๆ จำนวนมากเป็นหมู่บ้านและเมืองในเขตเกษตรกรรมที่มีการเพาะปลูกอย่างหนาแน่น พื้นที่ดังกล่าวได้ค้ำจุนชีวิตมนุษย์มาเป็นเวลากว่า 8,000 ปี และเอื้ออำนวยทรัพยากรให้กับนกและปลาหลายสายพันธุ์ รวมถึงละมั่งมีเขาเรียวที่ใกล้สูญพันธุ์ Bahr Yussef ซึ่งเชื่อมต่อแม่น้ำไนล์กับ Faiyum Oasis ก่อตัวเป็นส่วนธรรมชาติของแม่น้ำเมื่อ 2300 ปีก่อนคริสตกาล พื้นที่ถูกขยายให้ลึกขึ้นเพื่อช่วยควบคุมการไหลของน้ำไปยังโอเอซิส กระจายน้ำจืดและตะกอนไปยังพื้นที่ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลสาบ Qarun Astronaut photograph ISS065-E-66742 was acquired on May 25, […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings