อียิปต์ เจ้าภาพการประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ UNFCCC COP27 ได้วางแผนอีเวนต์หลักและธีมของแต่ละวัน ตั้งแต่ 6-18 พฤศจิกายน 2565 เริ่มจาก World Summit Leader, Finance, Science, Youth and Future Generations, Decarbonization, Adaptation, Agriculture and Food System, Civil Society, Gender, Energy, Biodiversity, Solutions, Human Settlements.

COP ครั้งสุดท้ายในทวีปแอฟริกามีขึ้นที่มาราเกซ โมร็อกโก (COP22) เช่นเดียวกับ COP27 ที่จะมีขึ้นที่เมืองชาร์ม เอล ชีค (หรือ “อ่าวแห่งชีค”) ของอียิปต์ COP ที่ UNFCCC จัดในแอฟริกา จะเกิดตามหลัง COP ที่มีขึ้นในทวีปยุโรป

เห็นมีคนเชียร์ รมต.วราวุธ ให้ไทยรับเป็นเจ้าภาพ COP เพราะงาน Thailand Climate Action Conference ดูดีมาก ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ คิดผิด คิดใหม่ได้

COP27 ในฐานะเป็น African COP จะมุ่งเป้าหมายที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับวาระของกลุ่มประเทศในซีกโลกใต้(Global South) บนเวทีเจรจา นั่นคือ การเงินด้านสภาพภูมิอากาศ(climate finance) ที่ต้องเน้นการปรับตัวจากผลกระทบ(Adaptation) และความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) จากผลกระทบทั้งในแบบสุดขั้ว(extreme) และแบบคืบคลานเข้ามา(onset) จากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ(Climate Justice)

อียิปต์ในฐานะเจ้าภาพ COP27 ต้องเจอกับความท้าทายด้วย นักกิจกรรม LGBTQ+ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของทำเนียบขาว สหรัฐฯ ได้ส่งสารตรงถึงเลขาธิการ UNFCCC ให้เปลี่ยนเจ้าภาพ COP27 เนื่องจากรัฐบาลอียิปต์มีเรื่องฉาวโฉ่ในการปฏิบัติที่เลวร้ายต่อกลุ่มความหลากหลายทางเพศ รัฐบาลทหาร ปธน. Abdul Fattah al-Sisi ใช้อำนาจสั่งจำคุกนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ออกกฏหมายห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ ฯลฯ

COP27 ที่อียิปต์จะมีบรรยากาศอีกแบบ ดังนั้นไอ้งาน Thailand Climate Action Conference นั้นไม่เพียงพอที่จะเรียกว่า Climate Action เป็นแต่เพียงนั่งร้านของเหล่า Climate Polluters ที่กำลังหากินกับ ”การฟอกเขียว” “คาร์บอนุเบกขา” และ “Net Zero” เท่านั้น

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading