ทำแคมเปญอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ (2) : สิ่งที่นักรณรงค์จำเป็นต้องรู้
สิ่งที่การรณรงค์มอบให้คุณ ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “การรณรงค์” (campaigning) กับ “การผลักดันเชิงนโยบาย” (advocacy) คือ การมีส่วนร่วมของสาธารณชน การรณรงค์ต้องอาศัยการสนับสนุนจากประชาชนจึงจะประสบความสำเร็จ — มันเป็นรูปแบบหนึ่งของการเมืองที่เป็นของประชาชน ผู้คนรณรงค์ด้วยเหตุผลมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับความพยายาม “แก้ไขความไม่เป็นธรรม” องค์กรต่าง ๆ เลือกใช้การรณรงค์เพราะมันได้ผล — มันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เกินกว่ากรณีที่เป็นไปตามปกติ เป็นผลลัพธ์ของ “การจูงใจ” ที่ไม่อาจซื้อหาได้ด้วยเงิน หรืออธิบายได้ด้วยเหตุผลตามครรลอง หรือใช้การประท้วง หรือการวิพากษ์วิจารณ์ ต่อไปนี้คือเหตุผลบางประการว่าทำไมการรณรงค์จึงก่อเกิดผล รูปแบบและเทคนิคของการรณรงค์กำลังซึมเข้าสู่การเมืองและธุรกิจ แม้เป้าหมายจะต่างกัน เมื่อสังคมเคลื่อนจากยุคของการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ไปสู่การเติมเต็มศักยภาพของตนเองมากขึ้น เราก็จะพบว่าผู้คนต้องรับมือกับปัญหาที่ไม่มี “ราคาตลาด” รองรับ — และนั่นคือ “ดินแดน” ของงานรณรงค์ ในปี 2009 รายได้ของ “ภาคที่สาม” (third sector) ซึ่งหมายถึงกลุ่มองค์กรอาสาสมัครและชุมชนในสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียวสูงถึง 100 พันล้านปอนด์ต่อปี มีสินทรัพย์รวมมากกว่าสองเท่าและมีจำนวนแรงงานมากกว่าภาคธนาคารและการเงินเสียอีก กลุ่มเหล่านี้ต้องพึ่งพาการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในการสร้างอิทธิพล ในโลกที่มี “การสนทนาแบบสาธารณะ” ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน การสื่อสารสาธารณะของงานรณรงค์จึงยิ่งมีความสำคัญดังที่ไซมอน […]
ทำแคมเปญอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ (1) : การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง
มีพลังอยู่สองอย่างในโลกนี้คือ “ดาบ” และ “ความคิด” และในระยะยาว ดาบย่อมพ่ายแพ้แก่ความคิดเสมอ —นโปเลียน โบนาปาร์ต- ทุกวัน ผู้คนนับล้านต่างได้รับผลกระทบจากแคมเปญรณรงค์ต่าง ๆ ซึ่งการรณรงค์เหล่านี้จำเป็นต้องประสบความสำเร็จเพราะชีวิตของผู้คนอาจขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงบริการสุขภาพ ยา น้ำสะอาด หรือความยุติธรรม ความอยู่รอดของธรรมชาติก็ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของแคมเปญที่มุ่งเปลี่ยนนโยบายและอุตสาหกรรมที่กำลังทำลายบรรยากาศ มหาสมุทร ป่าไม้ และทรัพยากรสาธารณะอื่น ๆ เช่นกัน หากนักรณรงค์เพื่อการศึกษา สิทธิเด็ก หรือการค้าที่เป็นธรรมต้องล้มเหลว คนยากจนที่สุดในโลกก็จะถูกผลักให้เผชิญอนาคตที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ส่วนใหญ่มักล้มเหลว และแทบไม่มีใครพยายามเรียนรู้ว่าทำไมถึงล้มเหลว หรือวิเคราะห์เพื่อถอดบทเรียนจากแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ บทความชุดนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ได้รวบรวม “เครื่องมือ” ที่เคยพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลในงานรณรงค์ น่ายินดีที่ผู้คนนับพันหรืออาจนับล้านอุทิศตนให้กับการรณรงค์ แต่น่าเศร้าหากความพยายามเหล่านั้นกลับสูญเปล่า และเป็นเรื่องน่าตำหนิอย่างยิ่งหากความสูญเปล่านั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้ การรณรงค์ส่วนใหญ่คือการสื่อสาร — การสื่อสารกับสังคม โดยแตกต่างจากการพูดคุยส่วนตัวกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานเพราะการรณรงค์คือการโน้มน้าวใจผู้คนจำนวนมากให้ลงมือทำอย่างเร่งด่วน ด้วยเหตุนี้ เทคนิคการรณรงค์จึงเป็นเทคนิคของการจูงใจผู้คนโดยไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักหรือผูกมิตรล่วงหน้า — และในแง่นี้ การรณรงค์จึงคล้ายกับการประชาสัมพันธ์ (PR) แต่ไม่เหมือน PR ตรงที่การรณรงค์เป็นการแสดงออกของประชาธิปไตยภาคประชาชน สร้างช่องทางอิทธิพลใหม่ๆ ให้กับประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะ การรณรงค์ดำเนินไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมโดยยืมพลังจากประชาชนมาใช้เพื่อเป้าหมายที่ดี ในโลกที่การเมืองกลายเป็นกิจกรรมของมืออาชีพมากขึ้นเรื่อย ๆ […]
