Taragraphies — Header Component

ข้อมูลล่าสุดจนถึงปี พ.ศ.2545 มนุษย์เพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในบรรยากาศเกือบ 26 กิกะตันต่อปี  ส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณรวมทั้งหมดมาจากการผลิตซีเมนต์ ปริมาณครึ่งหนึ่งนั้นคงอยู่ในบรรยากาศ ส่วนที่เหลือนั้นถูกดูดซับไป

อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่เพิ่งผ่านมา จากที่น้อยกว่า 15 กิกะตันในปี 1970 จนถึง 26 กิกะตันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม อัตรานี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกปี ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการเพิ่มนี้น้อยลง เช่นในปี 2545 และ 2546

แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังคงเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลในบรรยากาศ ดังนั้น ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์โดยรวมในอากาศจึงเพิ่มขึ้นทุกปี นับตั้งแต่มีการวัดปริมาณในปลายทศวรรษ 1950

เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ เราจะพิจารณาถึงการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของแต่ละคน ทุกๆ คนบนโลกปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ยประมาณ 4 ตันต่อปี หรืออาจกล่าวได้ว่า คนที่มีน้ำหนัก 68 กิโลกรัม ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ากับน้ำหนักของตนออกสู่บรรยากาศทุกๆ สัปดาห์ แน่นอนว่า ปริมาณที่แท้จริงที่แต่ละคนปล่อยก๊าซออกมานั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของคนคนนั้น คนที่อยู่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ค่าเฉลี่ยจะสูงกว่านี้มาก

การวัดปริมาณมีเทนที่เกิดจากกิจกรรมที่มนุษย์ทำขึ้นนั้นวัดได้ยากกว่า โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 0.3-0.45 กิกะตันต่อปี โดยมีกระบวนการทางธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ที่เพิ่มเข้าไป สิ่งที่น่าสนใจ คือ ปริมาณมีเทนโดยรวมในบรรยากาศไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากข้อมูลเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เป็นปริศนาอยู่

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading