เป็นเรื่องของช่วงเวลา ในปี 2001 IPCC คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นจาก 90 มิลลิเมตรไปจนถึง 880 มิลลิเมตรภายในปี 2100 ช่วงเวลากว้างนับ 100 ปีนี้แสดงถึงความไม่แน่นอนว่าจะมีการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไร ธารน้ำแข็งและพืดน้ำแข็งจะละลายมากน้อยเพียงไหน การคาดการณ์สูงสุดนั้นคาดว่า พื้นที่ลุ่มต่ำของเมืองบางเมืองจะจมอยู่ใต้น้ำ และถึงแม้ว่าการเพิ่มขึ้นของน้ำทะเลจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่พายุและคลื่นสูงก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาได้

คำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากปี 2100 หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังเพิ่มขึ้นในช่วงศตวรรษนี้ พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์อาจจะตกอยู่ในวัฏจักรของการละลายที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เมตร กระบวนการดังกล่าวนี้ต้องใช้เวลา ซึ่งอาจเป็น 2-3 ศตวรรษ ไม่มีใครสรุปได้ชัดเจนในขั้นนี้ แต่หากเวลานั้นมาถึง เมืองต่างๆ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราก็ยากที่จะอยู่รอด

 

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading