ที่ซึ่งดานูบพบกับทะเลดำ

แม่น้ำดานูบเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรปโดยมีพื้นที่ลุ่มน้ำ 801,463 ตารางกิโลเมตร (309,447 ตารางไมล์) ครอบคลุม 19 ประเทศ เมื่อแม่น้ำสายใหญ่นั้นไปถึงทะเลดำจะมีสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่โดดเด่นซึ่งก็คือ “เอเวอร์เกลดส์” ของยุโรป สามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบเป็นถิ่นที่อยู่ของนกมากกว่า 300 สายพันธุ์และปลาน้ำจืด 45 สายพันธุ์ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ปลายยุคหิน (ยุคหินใหม่) และชาวกรีก โรมัน และไบแซนไทน์โบราณได้สร้างท่าเรือการค้าและด่านทหารตามแนวชายฝั่งแห่งนี้ ซึ่งในปัจจุบันคือพรมแดนระหว่างโรมาเนียและยูเครน พื้นที่นี้เป็นมรดกโลกขององค์การสหประชาชาติทั้งในด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของมนุษย์และสำหรับวัฒนธรรมการเดินเรือแบบดั้งเดิมในพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมถึง ภูมิประเทศปรับเปลี่ยนและก่อรูปใหม่ทั้งโดยอิทธิพลของธรรมชาติและมนุษย์ ภาพด้านบนบันทึกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 โดยเครื่องมือ Advanced Land Imager (ALI) บนดาวเทียม Earth Observing-1 (EO-1) ของ NASA สามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบขยายออกทับถมในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา Chilia (หรือ Kilia) ส่วนด้านเหนือสุด มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำซึ่งมีอายุระหว่าง 300 ถึง 400 ปีและส่วนใหญ่อยู่ในยูเครน พื้นที่ส่วนใหญ่ในภาพด้านบนเป็นส่วนหนึ่งของเขตสงวนชีวมณฑลดานูบ (Danube Biosphere Reserve) แถบๆ จุดศูนย์กลางของภาพถ่ายดาวเทียม […]

หายนะจากอุทกภัยสุดขีดที่ยุโรป

ชุมชนในเยอรมนี เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์สะเทือนหนักหลังจากฝนในเดือนกรกฎาคมที่ตกลงมาอย่างหนักแบบสุดขีดและเกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายในหลายส่วนของยุโรปตะวันออก พื้นที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดมีปริมาณที่จริงๆ แล้วควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือน แต่ปริมาณฝนดังกล่าวกลับถล่มลงมาครั้งเดียวภายใน 24 ชั่วโมง ทุบสถิติปริมาณการตกของฝน(และน้ำฟ้า)ที่เคยบันทึกกันมาทั้งหมด ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อท่วมในระดับสูงครั้งใหม่ และก่อให้เกิดนำ้ท่วมแบบฉับพลันที่ทำลายล้าง ฝนที่ตกลงมาในช่วงกลางคืนของวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2565 สร้างความเสียอย่างหนัก หลายคนนอนหลับในช่วงที่ฝนเทลงมาอย่างหนักที่สุด และหลุดลอยไปกับกระแสน้ำที่กระหน่ำเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มีเขื่อนพัง และน้ำท่วมบ้านเรือน รายงานข่าวประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 196 คน และผู้บาดเจ็บนับพันคน และอีกหลายร้อยคนยังสูญหาย ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม  Landsat 8 จับภาพเหตุอุทกภัยตามแม่น้ำมิวส์และแม่น้ำโรเออร์ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อท่วม ผู้คนราว 5,000 คนถูกบังคับให้อพยพออกจากเมืองโรมอนด์ เมืองหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ใกล้ชายแดนเยอรมนี เขื่อนแตกบนแม่น้ำ Roer มีส่วนทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างกว้างขวาง ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาพอสมควรเพื่อวิเคราะห์ว่าหายนะจากอุทกภัยครั้งนี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากมนุษย์หรือไม่อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ต้องอึ้งกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นนำไปสู่การเกิดฝนที่ตกหนักมากขึ้นและบ่อยครั้งขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก นักวิจัยและนักอุตุนิยมวิทยาบางคนยังเสนอว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงแบบแผนของกระแสลมกรด(jet stream) ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า ‘Blocking Patterns’ ซึ่งคือการที่ความกดอากาศสูงหรือความกดอากาศต่ำก่อตัวล้อมพื้นที่หนึ่งจนขัดขวางไม่ให้กระแสอากาศอื่นๆ ผ่านเข้าไป อย่างเช่นกรณีการตกอย่างหนักของฝนเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน ที่มา : NASA […]

มลพิษทางอากาศกลับมาในจีน

ยุโรปเสี่ยงที่จะกลับไปสู่อนาคตที่สกปรก การเสียชีวิตจาก Covid-19 โยงกับมลพิษทางอากาศ 21 เมษายน 2563, กรุงบรัสเซล – มลพิษทางอากาศกลับมาในจีนแล้วหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ดังข้อมูลล่าสุดจากภาพดาวเทียม The European Environmental Bureau(EEB) เป็นเครือข่ายขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป Margherita Tolotto เจ้าหน้าที่นโยบายอากาศของ EEB กล่าวว่า : “ในช่วงการระบาดของไวรัสนี้ สิง่ที่เกิดขึ้นในจีนจะเป็นหน้าต่างที่ทำให้เราได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ในเวลาต่อมา การหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไปมีผลต่อสุขภาพของเราและทำให้เรามีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากภัยคุกคามต่อสุขภาพ รัฐบาลและกรรมาธิการยุโรปต้องลงมือทำเพื่อไม่ให้มลพิษทางอากาศกลับมา และพัฒนายุทธศาสตร์ที่เป็นทางออกที่จะหลีกเลี่ยงให้เรากลับคืนไปสู่อนาคตที่สกปรกอีกครั้งหนึ่ง ” EEA ระบุว่า มลพิษทางอากาศคือภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้คนในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เมือง  มลพิษทางอากาศเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทรงพลังของโรคที่เกี่ยวกับปอดและหัวใจซึ่งเชื่อมโยงกับ อัตราการตายที่เพิ่มขึ้นจาก Covid-19 ฝุ่นละออง(PM) ไนโตรเจนไดออกไซด์(NO₂) และโอโซนระดับพื้นดินนั้นมีอันตรายมากที่สุด และนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 400,000 คนต่อปี ไนโตรเจนไดออกไซด์ปล่อยมาจากภาคคมนาคมขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ส่วนการทำความร้อนในบ้านเรือนและเกษตรกรรมเป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง มีขั้นตอนการละเมิดหลากหลายที่ดำเนินอยู่ในประเทศต่างๆ ของสหภาพยุโรปในเรื่องของคุณภาพอากาศ ไนโตรเจนไดออกไซด์และฝุ่นละอองมีระดับลดลงในหลายส่วนของยุโรปในช่วงมาตรการปิดเมือง แผนการ The European Green Deal ที่จะมีขึ้นนั้นรวมถึงพันธกิจของแผนปฏิบัติการมลพิษเหลือศูนย์ โดยเฉพาะการริเริ่มลดมลพิษทางอากาศ Tolotto กล่าวเพิ่มเติมว่า : “แผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการระบาดของไวรัสต้องไปด้วยกันเจตจำนงของ the […]

มาตรการปิดยุโรปจาก COVID-19 ทำให้มลพิษทางอากาศลดลง

การปิดเมืองทางตอนเหนือของอิตาลีเพื่อรับมือกับโคโรนาไวรัสนำไปสู่การลดลงของมลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์ตามที่แสดงในการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ดาวเทียมขององค์การอวกาศแห่งยุโรปตรวจจับการลดลงของไนโตรเจนไดออกไซด์อันเป็นมลพิษทาอากาศที่มีแหล่งกำเนิดมาจากยานยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ในทางตอนเหนือของอิตาลี โครงการ Copernicus Atmosphere Monitoring Service ขององค์การอวกาศแห่งยุโรปรายงานในวันอังคารที่ผ่านมา(17 มีนาคม 2563) ว่า จากการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดของกิจกรรมต่างๆ ในทางตอนเหนือของอิตาลี ได้มีการติดตามถึงแนวโน้มการลดลงของไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2)ในช่วง 4-5 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ อิตาลีเป็นประเทศที่ประสบผลกระทบมากที่สุดในยุโรปจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส(โควิด-19) รัฐบาลอิตาลีใช้มาตรการปิดประเทศ ประกาศให้ประชาชน 62 ล้านคนอยู่ในที่พำนัก หากไม่มีความจำเป็นอย่างถึงที่สุดไม่ควรออกจากบ้าน การลดลงของมลพิษทางอากาศยังตรวจพบในจีนหลังจากรัฐบาลดำเนินมาตรการปิดเมืองเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2) เป็นมลพิษที่มีอายุสั้น โดยทั่วไปอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ไม่เกิน 1 วันก่อนที่ตกลงสะสมหรือทำปฏิกิริยากับก๊าซตัวอื่นๆ ในบรรยากาศ นั่นหมายถึงว่า มลพิษไนโตรเจนไดอกไซด์นี้จะยังคงลอยตัวอยู่ ณ จุดที่เป็นแหล่งกำเนิด แหล่งกำเนิดของไนโตรเจนไดออกไซด์ส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การจราจร การผลิตไฟฟ้า การทำความร้อนในบ้านเรือนและกิจการอุตสาหกรรม Vincent-Henri Peuch ผู้อำนวยการ Copernicus Atmosphere Monitoring Service กล่าว่า “มันน่าตื่นตาตื่นใจมากที่เราสามารถติดตามตรวจสอบตัวชี้วัดของระดับกิจกรรมที่ลดลงของสังคมมนุษย์ได้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงขอบเขตของมาตรการที่เกิดขึ้นในอิตาลี SOURCE : AAP – SBS

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings