หรือปี พ.ศ.2562 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยุติถ่านหินในยุโรป ? 

การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในยุโรปลดลงราวหนึ่งในห้าในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ.2562 นี้ โดยที่ลดลงในทุกประเทศที่มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ข้อมูลของ Sandbag ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในยุโรปตะวันตก มีการลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินถึงร้อยละ 79 ในไอร์แลนด์ และมีหลายครั้งที่ลดลงเกือบศูนย์หรือเหลือศูนย์ เช่นในสหราชอาณาจักร มีการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินสองสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคมเป็นครั้งแรก ในแง่ของการลดลงแบบสัมบูรณ์ เยอรมนีมีการลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากที่สุด เป็นการลดลงทั้งถ่านหินและลิกไนต์ แต่โดยรวมก็ยังคงมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสหภาพยุโรปในปีนี้ การมุ่งสู่ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดคือหัวใจสำคัญของการต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานชะลอตัวลง การใช้และการผลิตพลังงานยังคงเป็นสองในสามของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกและร้อยละ 81 ของระบบพลังงานของโลกยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล สัดส่วนเดียวกันกับเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา นโยบายที่มีประสิทธิภาพ ปฎิบัติการของภาคเอกชน และความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับภาคสาธารณะมีความจำเป็นในการสร้างระบบพลังงานโลกที่ปลอดภัย ราคาที่เหมาะสม มีความยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ความก้าวหน้าที่วัดได้มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านอย่างประสบความสำเร็จ ดัชนีการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของเวทีเศรษฐกิจโลก( The World Economic Forum’s Energy Transition Index) ซึ่งทำการจัดอันดับ 115 ประเทศ ว่ามีความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย(ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคและพลังงาน) แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดที่เราเผชิญอยู่เมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน นั่นก็คือ การขาดความพร้อมของประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก รวมถึง สหรัฐอเมริกา จีน อินเดียและรัสเซีย จากดัชนีดังกล่าวพบว่า ในจำนวน  […]

คลื่นความร้อนปกคลุมยุโรป (ปี พ.ศ.2562)

เป็นช่วงต้นฤดูร้อนและยุโรปเริ่มรู้สึกถึงความร้อนแล้ว หลายๆ ส่วนของทวีปยุโรปประสบกับอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีมาสำหรับปี 2562 บางเมืองในยุโรปมีอุณหภูมิสูงที่สุดทุบสถิติ คลื่นความร้อนแสดงชัดเจนจากแผนที่ แสดงถึงอุณหภูมิทั่วทั้งยุโรปในวันที่ 27 มิถุนายน 2562 แผนที่นี้มาจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System (GEOS) และเป็นอุณหภูมิของอากาศที่ความสูงจากพื้น 2 เมตร พื้นที่สีแดงเข้มเป็นบริเวณที่แบบจำลองระบุว่ามีอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส แบบจำลอง GEOS เหมือนกับแบบจำลองสภาพอากาศและแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ คือใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่แสดงถึงกระบวนการทางกายภาพ(เช่น การตกของน้ำฟ้าและการเกิดเมฆ) เพื่อคำนวณว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร การวัดคุณสมบัติทางกายภาพจริงๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และลม จะผนวกเข้าไปในแบบจำลองเป็นระยะ เพื่อให้การสร้างแบบจำลองใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในวันที่ 27 มิถุนายน รายงานการเตือนภัย(Awareness report) จากเครือข่ายของการบริการทางอุตุนิยมวิทยาแห่งยุโรประบุว่าระดับอุณหภูมิอยู่ใน “ระดับที่เป็นอันตรายมาก” การเตือนภัยอยู่ในระดับสูงสุดในบางส่วนของสเปน ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ และโครเอเชีย กรมอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศสจัดลำดับเมืองหลายเมืองที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดทุบสถิติ โดยหลายพื้นที่เคยเกิดคลื่นความร้อนถึงขั้นเสียชีวิตในช่วงปี พ.ศ.2546 คลื่นความร้อน พ.ศ.2562 เริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน เมื่อมวลอากาศร้อนจากภูมิภาคซะฮาราเข้ามายังสเปน และเข้าปกคลุมยุโรปตอนกลาง รายงานข่าวยังอ้างถึงระบบความกดอากาศสูงที่เกี่ยวข้องกับดึงให้มวลอากาศร้อนเข้ามา คาดว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้จะมีไปตลอดทั้งเดือน […]

ละอองลอยสัญชาติอเมริกันในปารีส

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ผู้คนแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ(ในอเมริกาเหนือ) ตื่นขึ้นจากเถ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเหมือนหิมะ แต่ถึงแม้เถ้าจะตกลงสู่พื้น ไฟป่าที่ลุกโชนไปทั่วแถบตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาก็ปล่อยละอองลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ บางส่วนก็ลอยไปถึงยุโรป ภาพรวมการเดินทางข้ามทวีปของละอองลอยแสดงในแผนที่ด้านบน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน 2560 โดย Ozone Mapping Profiler Suite (OMPS) บนดาวเทียม Suomi NPP แผนที่แสดงความเข้มข้นของละอองลอยสัมพัทธ์ โดยมีความเข้มข้นต่ำกว่าในเฉดสีเหลืองและความเข้มข้นสูงกว่าในเฉดสีส้ม-น้ำตาลเข้ม ละอองลอยที่มีความเข้มข้นสูงเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดในแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ กระแสลมพัดละอองลอยขึ้นสูงและพัดพาไปทางตะวันออกข้ามทวีป เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ดูเหมือนว่าละอองลอยจะมาถึงแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ และในวันที่ 5 กันยายน 2560 ละอองลอยก็มาถึงนิวฟันด์แลนด์ ภายในวันที่ 6 กันยายน 2560 กลุ่มละอองลอยมองเห็นได้ชัดเจนเหนือใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติก Colin Seftor นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศที่ทำงานให้กับ Goddard Space Flight Center ของ NASA กล่าวว่า “คุณจะเห็นได้ว่ากลุ่มละอองลอยในวันที่ 6 กันยายนเป็นส่วนหนึ่งของกระแสละอองลอยที่หลุดออกมาจากแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ […]

หน้าตาที่สุดขั้วของสภาพภูมิอากาศ

บรรยากาศโลกเป็นได้หลายอย่าง แต่ที่แน่นอนที่สุดประการหนึ่งคือ มันจะไม่เหมือนกันไปหมด ในหลายๆ กรณี ในขณะที่ด้านหนึ่งของโลกหนาวถึงขั้น อีกด้านหนึ่งก็ร้อนตับแลบ ในขณะที่ด้านหนึ่งฝนตกชุกชุมไม่ลืมหูลืมตา อีกด้านหนึ่งก็แห้งแล้งสุดๆ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้วนี้กำลังเกิดขึ้นในซีกโลกเหนือในขณะนี้ สิ่งที่เป็นลักษณะพื้นฐานที่เชื่อมโยงขั้วตรงกันข้ามของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นนี้คือการไหวเวียนขนาดใหญ่ของกระแสลมในชั้นบรรยากาศระดับสูงที่เรียกว่า “คลื่นรอสบี้” (Rossby waves) คลื่นกระแสลมระดับโลกที่เป็นตัวกำหนด “กระแสลมกรด” (jet stream) และกำหนดแบบนแผนสภาพอากาศในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของวัน หรือสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม คลื่นกระแสลมนั้นอยู่ภายใต้กฎพื้นฐานของ “พลศาสตร์ของไหล” (fluid dynamics) และ เทอร์โมไดนามิก (thermodynamics) ซึ่งบอกว่าผลรวมของพลังงานที่ไหลวนผ่านอุณภูมิในชั้นบรรยากาศโลกไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าสภาพอากาศสุดขั้วอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของโลก ช่วงต้นปี 2557 นี้ แบบแผนอุณหภูมิในซีกโลกเหนือเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าบรรยากาศโลกนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วพร้อมๆ กันได้อย่างไร ในอเมริกาเหนือ มวลอากาศที่หมุนวนจากอาร์กติกขยับเคลื่อนลงใต้และนำเอาความหนาวเย็นสุดขั้วลงมาด้วย และส่วนใหญ่ก็เป็นการพูดอธิบายปรากฎการณ์ในเรื่อง “โพลาวอร์เทกซ์” (polar vortex) ในขณะเดียวกัน ทวีปยุโรปต้องเจอกับอากาศที่อุ่นผิดปกติทำให้การเฉลิมฉลองเทศกาลวันหยุดเป็นสภาพฝนตกมากกว่าเป็นหิมะตก และนำไปสู่การอภิปรายกันว่า จะมีหิมะเพียงพอหรือไม่สำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จะจัดขึ้นในเมืองโซชิ (Sochi) สหพันธรัฐรัสเซีย แผนที่ส่วนบนแสดงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวในทวีปอเมริกาเหนือในช่วงวันที่  1–7 มกราคม 2557 จากข้อมูลจากเครื่องมือวัด Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ขององค์การนาซา พื้นที่ที่มีอุณหภูมิอุ่นกว่าเป็นสีแดง อุณหภูมิที่ค่อนข้างปกติเป็นสีขาว […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings