อุตสาหกรรมเผาขยะแสวงหาตลาดใหม่ ๆ ในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อขายเทคโนโลยีที่ล้าสมัย

“ในศตวรรษแห่งความก้าวหน้า ประกอบกับความรู้ด้านเคมีและเครื่องจักรกลที่สมบูรณ์มากมาย ผมเห็นว่ามันเหมือนการถอยหลังเข้าคลองสำหรับผู้ที่เสนอให้ทำลายวัสดุ (ที่เป็นอินทรีย์) ซึ่งมีคุณค่ามากที่สุด เพียงเพื่อกำจัดมันไป ขณะเดียวกันเราต้องไปหาซื้อวัสดุแบบเดียวกัน (ปุ๋ยอินทรีย์) จากที่อื่น ๆ มาใช้ในไร่นาของเรา” Bruno Terne นักเคมี พูด ณ สถาบันแฟรงกิ้นส์ เมืองฟิลลาเดลเฟียในปี 1893 เพื่อต่อต้านการเผาปุ๋ยธรรมชาติ ซึ่งทำให้เราต้องไปขุดและขนส่งปุ๋ยจากทวีปหนึ่งไปอีกทวีปหนึ่ง (ที่มา [Bruno Terne], “The Utilization of Garbage,”  American Architect and Building News (Sept. 23,1893), หน้า 185-86, as cited by Susan Strasser, Waste and Want: A Social History of Trash (Metropolitan Books, Henry Holt and Co, […]

พลังงานนิวเคลียร์ ความไม่มั่นคงทางพลังงาน (4)

พลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถทดแทนความจำเป็นในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ในยุโรป การลดการจัดหาก๊าซธรรมชาติภายในประเทศทำให้ต้องมีการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงภายนอก มากขึ้น และ ในปี 2006  แก๊สพรอม(Gazprom) ผู้จัดหาก๊าซของรัฐบาลรัสเซียตัดการจัดส่งก๊าซไปยังยูเครนและ ประเทศในยุโรปบางประเทศที่มีประสบการณ์เรื่องการจัดพลังงานที่ลดลง ในยุโรป การคาดการณ์ความต้องการก๊าซนำเข้าจะเพิ่มมากขึ้นอย่างมโหฬาร  อย่างไรก็ตาม โดยเฉลี่ย การก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร​์ต้องใช้เวลาราวสิบปีจากการวางแผนไปถึงการดำเนินการ แม้ว่า พลังงานนิวเคลียร์จะสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานของโลกในปัจจุบันในสัดส่วนที่น้อยมาก ก็จะใช้เวลายาวนาน นอกจากนี้ มีเพียงร้อยละ 21 ของการใช้ก๊าซธรรมชาติในขั้นสุดท้ายใน 27 ประเทศในสหภาพยุโรป หรือ EU 27 ที่นำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า ส่วนใหญ่ใช้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เปิดและปิดได้ตามความต้องการใช้ไฟฟ้า การที่ก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่นำไปใช้ในการทำความร้อนหรือกระบวนการทางอุตสาหกรรมอื่น ๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ซึ่งจะจำกัดอยู่ที่การผลิตไฟฟ้าจะประสบความล้มเหลวต่อการตอบสนองความต้องการที่เกิดขึ้นจากความขัดข้องใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับแหล่งก๊าซธรรมชาติ เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและมาตรการด้านประสิทธิภาพพลังงานมีอยู่แล้วในขณะนี้ ระยะเวลาในติดตั้ง กังหันลมขนาดใหญ่ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ รวมกับระยะเวลาของการวางแผนรวมกันเป็นประมาณ 1-2 ปี เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลม แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวลและพลังน้ำขนาดเล็ก สามารถที่จะตอบสนองความต้องการพลังงานทั้งไฟฟ้าฐาน(Base load) และความต้องการไฟฟ้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงได้ มากไปกว่านั้น หากเราใช้โรงไฟฟ้าก๊าซที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อผลิตทั้งไฟฟ้าและความร้อนในระบบโคเจนเนอเรชั่น เราสามารถใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพถึงร้อยละ 90 […]

จากปาปีรัส(Papyrus) สู่กระดาษ(Paper)

วัสดุลักษณะคล้ายคลึงกับกระดาษ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดจากยุคอารยธรรมอันเจริญรุ่งเรือง  กระดาษเป็นสื่อเครื่องมือยุคแรกในการบันทึกความรู้  ความคิด และถ่ายทอดส่งต่อระหว่างบุคคล  วัฒนธรรม จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง กระดาษและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระดาษแข็ง ผลิตจากส่วนประกอบเส้นใยเซลลูโลสของพืช  คำว่า “เปเปอร์“ ( Paper) มาจากภาษาอียิปต์โบราณว่า ปาปีรัส ( Papyrus) หมายถึง พืชน้ำจำพวกต้นอ้อ ต้นกก ซึ่งเคยใช้ทำกระดาษด้วยการแผ่ลำต้นออกแช่น้ำ เรียงสลับเป็นชั้นๆ รูปกากบาท  จากนั้นนำมาทุบเป็นแผ่นหยาบๆ แล้วตีแรงๆ เป็นแผ่นยาวจนสำเร็จจึงม้วนเก็บรวมไว้ด้วยกัน ปาปีรัสและแผ่นหนังซึ่งทำอย่างปราณีตจากหนังสัตว์ (ลูกวัวหรือลูกแกะ) มีความเหนียวมากเป็นวัสดุสำหรับใช้เขียนเพียงชนิดเดียวในยุโรปตะวันตก  จวบจนถึงศตวรรษที่ 12  ชาว Moors ในสเปนนำวิธีการทำกระดาษของจีนเข้าสู่ยุโรปโดยใช้วัสดุจากพืชชนิดอื่น เช่น ไม้ไผ่  ป่าน  ฟางข้าว  และปอกระเจา จากประดิษฐกรรมด้านข่าวสารการพิมพ์  และการเพิ่มขึ้นของการอ่านออกเขียนได้ในศตวรรษถัดมา  ส่งผลให้ความต้องการกระดาษเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าการตอบสนองของลินินและเส้นใยจากหญ้า  และ “ภาวะกระดาษขาดแคลน”  เริ่มคุกคามการค้าการพาณิชย์เป็นระยะๆ ช่วงกลางศตวรรษที่ 19  การคิดค้นกระบวนการทำกระดาษจากไม้  ไม่เพียงแก้ไขปัญหาการผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เท่านั้น  แต่เป็นการสร้างตลาดใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไม้อีกด้วย ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์กระดาษถูกมองว่าเป็นของธรรมดาสามัญประเภทหนึ่ง […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings