ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อจีนอย่างรุนแรง ธารน้ำแข็งในทิเบตที่ละลายอย่างรวดเร็วจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดบางสาย เช่น แม่น้ำเหลืองและแม่น้ำแยงซีเกียงต่ำลงถึงขั้นอันตราย ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อบริเวณชายฝั่งของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองและมณฑลที่มั่งคั่งที่สุดของจีน ประชาชนมากกว่า 400 ล้านคนในจีนกำลังประสบกับปัญหาพื้นที่แปรเปลี่ยนเป็นทะเลทราย (desertification) ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรมและผลผลิตทางอาหาร

สิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ คือ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหารของจีนในปัจจุบันและที่จะมีต่อไปในอนาคต ปรากฏการณ์รุนแรง เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม พายุไซโคลนและพายุเขตร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และธารน้ำแข็งก็ละลายเร็วขึ้นๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำในประเทศ และยังทำให้ความเสี่ยงที่ทะเลสาบธารน้ำแข็ง (glacial lakes) จะแตกมีมากขึ้น

ในเดือนมิถุนายนปี 2007 จีนได้ริเริ่มแผนงานว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ แผนงานนั้นครอบคลุมถึงยุทธวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทางเลือกใหม่ในการตอบสนองความต้องการพลังงานที่มหาศาลและยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งวิธีจัดการกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายที่สุดในภายภาคหน้า  นอกจากนี้ องค์กรประชาสังคมในจีนยังได้เตรียมการรายงานเพื่อพัฒนาพันธะหน้าที่และการมีส่วนร่วมของทางองค์กรในการต่อกรกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

เกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม

บันทึกข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่า ปริมาณน้ำฝนในจีนโดยรวมลดลงตั้งแต่ปี 1965 แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7-10 โดยเฉพาะในตอนใต้และตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หากค่าเฉลี่ยนี้ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ผิดไป เนื่องจากในขณะเดียวกัน การขาดแคลนน้ำในภาคเกษตรกรรมของจีนมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคทางเหนือซึ่งเกิดภัยแล้งอยู่ทั่วไป สภาพภูมิอากาศจะแปรปรวนมากขึ้นทำให้ในบางครั้ง ฝนไม่ตกในช่วงเวลาที่พืชผลต้องการน้ำมากที่สุด นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังเร่งการระเหยของน้ำอีกด้วย

ล่าสุด ปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะตกแบบไม่สมดุล กล่าวคือ บางพื้นที่จะได้รับน้ำฝนปริมาณมาก และบางครั้งอาจมากเกินไปจนทำให้เกิดน้ำท่วม ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ ยังต้องประสบภัยแล้ง

ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมบางอย่างจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่รุนแรงนัก อย่างเช่น ดอกไม้ผลิบานเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนสองถึงสี่วันในฤดูใบไม้ผลิ แต่ผลกระทบอื่นๆ อย่างเช่นผลที่มีต่อภาคเกษตรกรรม อาจส่งผลรุนแรงต่อเศรษฐกิจและปัจจัยการดำรงชีวิตในท้องถิ่น

รายงานการประเมินระดับชาติว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ( climate National Assessment Report) ฉบับล่าสุด ซึ่งจัดพิมพ์โดยรัฐบาลจีน ประมาณการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลเสียต่อผลผลิตทางเกษตรของประเทศจีนอยู่ในตอนนี้ หากเราไม่ลงมือกระทำการใดๆ  ความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมการเกษตรของจีนจะลดลงร้อยละ 5 ถึง 10  เมื่อถึงช่วงครึ่งหลังของศตวรรษนี้ ผลผลิตพืชผลหลักสามชนิด ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าว และข้าวโพด อาจตกต่ำลงถึงร้อยละ 37 ในอีก 20 ถึง 50 ปีต่อจากนี้ ผลกระทบมหาศาลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเกษตรกรรมจะส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของจีน

ในอดีต ชาวบ้านรู้ว่าควรหว่านเมล็ดพันธุ์พืชเมื่อไรจึงจะได้พืชผลที่แข็งแรง เนื่องจากฝนยังตกต้องตามฤดูกาล แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้สภาพอากาศแปรปรวนยิ่งขึ้น ทำให้ในบางครั้งเกิดภัยแล้งในเวลาที่เกษตรกรต้องการให้ฝนตก ฤดูหนาวที่อากาศอุ่นในปี 2007 ช่วยเร่งการเพาะตัวและการเจริญเติบโตของข้าวสาลีฤดูหนาว แต่ก็ทำให้ข้าวเหล่านี้เปราะบางต่อน้ำค้างแข็งในฤดูใบไม้ผลิ ในภูมิภาคทางใต้ น้ำเคยอุดมสมบูรณ์ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปแบบฝนที่ไม่สม่ำเสมอและความร้อนทำให้น้ำขาดแคลน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางการเกษตรยังเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีความจำเป็นต้องควบคุมศัตรูพืชและวัชพืชซึ่งมากับอุณหภูมิที่สูงขึ้นมากขึ้น

เพื่อรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตรกรรม ทางรัฐบาลและกลุ่มประชาสังคมต่างๆ ในจีนกำลังพยายามพัฒนายุทธวิธีการปรับตัวใหม่ๆ เพื่อจัดการกับปัญหาและนำไปใช้ให้เป็นผลสำเร็จ ยุทธวิธีเหล่านี้ ได้แก่ การส่งเสริมการเพาะปลูกที่สามารถต้านภัยแล้งได้ดี แหล่งพลังงานสะอาดในพื้นที่ชนบท เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และก๊าซชีวภาพ โครงการอนุรักษ์น้ำ และระบบรดน้ำแบบหยด (dripping irrigation systems) แม้ว่าจะมีความพยายามเช่นนี้ ชุมชนชายขอบที่ยากจนตามชนบทก็ยังคงถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading